INaYZeR's profile~INaYZeR~BlogLists Tools Help

~INaYZeR~

จงเลือกที่จะเดิน...ด้วยการตัดสินใจของเราเอง

INaYZeR .....nay.....

June 02

อะไรๆ


ช่วงนี้ โจทย์ในหัวเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้คำตอบเท่าไหร่เลย
ยิ่งคิดยิ่งวกวน และรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่คำตอบที่ใช่

กำลังใจรอบตัวโคตรเยอะเลย แต่กำลังใจตัวเองนี่ทำไมดูแปลกๆ
บางครั้งก็เหมือนเหนื่อย ท้อ แต่บางครั้งรู้สึกสบายมาก สบายเกินไป จนดูล่องลอยไปรึเปล่า

อยากทำอะไรก็ทำ โอกาสมาก็รีบคว้า อะไรบางอย่างก็ต้องเลือก ต้องทำ ต้องตัดสินใจ
มันก็ถูกแล้วนี่ กับชีวิตคนเราที่ยังเดินไปเรื่อยๆ แม้บางครั้ง บางคราว จะไม่ค่อยมีจุดหมายก็ตาม

รู้สึกบางทีคนเราก็เดินไปตามเส้นทางบางเส้นที่ไม่รู้จุดหมาย ไม่รู้กระทั่งว่าจะไปยังไง แต่เราก็ยังเดินไปได้อยู่ดี
จริงๆ แล้ว เชื้อเพลิงในตัวเรามันก็มีอยู่เสมอแหละ แต่อยู่ที่เราจะใช้มันรึเปล่า

ความพอดี คำง่ายๆ แต่หายากจัง แต่ถ้าเจอแล้วทำได้ ก็เจ๋งไปเลย
แต่สุดท้าย มันก็ไม่มีคำตอบที่ตายตัวของคำนี้อยู่ดี

คำหลายๆ คำที่กำหนดขึ้นมา จะมีสักคำไหมที่มีความหายตายตัวเฉพาะของมันจริงๆ
เพราะเราก็เห็นว่ามันก็ขึ้นอยู่ับนิยามของแต่ละคน แต่ละบริบทอยู่ดี

"ชีวิต" มันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปนี่ ไม่งั้นคงไม่โต และอยู่มาจนทุุกวันนี้



ป.ล. วันนี้มาแปลกๆ งงๆ ตัวเองอยู่เหมือนกัน
ถ้าวันไหนเขียนบล็อกแบบปกติคงไม่ใช่เนแน่เลย 55+


April 28

วันนี้

แปลกแต่จริงนะคนเรา พอวันที่โอกาสมาถึง และรอให้เราพิสูจน์ แต่ความมั่นใจที่เคยมีกลับลดหายไปกว่าครึ่ง
 
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้เราได้ทำงานนี้ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ก็คือ ตั้งใจทำให้ดีที่สุด
 
ทุกสิ่งที่แว๊บขึ้นมาในห้วงมโนคิด ไม่ว่าจะความกดดัน ความรู้สึกไม่มั่นใจ กลัวอะไรต่างๆ นานา ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น
 
ในเมื่อสร้างสิ่งเหล่านั้นได้ ก็ต้องสร้างความมั่นใจ เรียกพลังที่เคยมีกลับมาได้เหมือนกัน
 
 
 
โชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ อยากทำอะไรก็ได้ทำ (ถึงจะไม่ใช่ทุกอย่างก็ตามทีเถอะ)
 
สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ อาจจะไม่ได้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินมากมายนัก แต่สิ่งที่ได้รับคือคุณค่าทางจิตใจ
 
เราอาจจะโชคดีที่ทำแบบนี้ได้ เพราะมีคนสนับสนุน ให้กำลังใจ และมีชีวิตอยู่ได้ (ด้วยครอบครัว)
 
แต่เชื่อเถอะว่า สักวันหนึ่ง ฉันจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง และคุณค่าในชีวิตและจิตวิญญาณก็จะยังคงอยู่
 
และวันนั้น ชีวิตฉันอาจจะมีคุณค่ามากกว่าแค่อยู่เพื่อคนที่รักฉันเท่านั้น  
March 02

แวบ (เรื่อยเปื่อย)

 
ทุกครั้งที่อ่านหนังสือจบไปแต่ละเล่ม เรื่องแต่ละเรื่อง ก็ล้วนแต่ให้เกิดแรงบันดาลใจอยากจะเขียนหนังสือขึ้นมากับเขาบ้าง
ไม่ได้คาดหวังว่าต้องถึงขนาดเป็นเรื่องยาวนักหนา แต่ไม่ว่ากี่ทีกี่หนที่เริ่มเขียนไปได้ไม่เท่าไหร่
ก็ยังไม่เคยสำเร็จ หรือเขียนไปได้เรื่องได้ราวมากกว่ามหากาพย์แห่งชีวิตที่ต้องเขียนส่งอาจารย์กว่า 50 หน้าไปได้เลย
คิดว่าคงมีวันใดวันหนึ่ง ที่ฉันจะมีงานเขียนออกมาเป็นรูปเป็นร่างบ้างแหละ ไม่ได้หวังว่าต้องเป็นผลงานที่ออกเผยแพร่สู่สาธารณชนก็ได้
แค่เก็บไว้เป็นความทรงจำลึกๆ ความประทับใจดีๆ ของตัวเองเงียบๆ คนเดียวก็เพียงพอ
 
เราคงไม่จำเป็นต้องไปคาดหวังการยอมรับจากใครๆ (ให้ผิดหวังเล่นดีกว่า)
แค่ตัวเองรู้จักและยอมรับตัวเองก็น่าจะเป็นความสุขเล็กๆ ให้อิ่มอกอุ่นใจได้พอแล้ว
 
ความคาดหวังมักจะมาพร้อมความผิดหวัง ไม่เห็นจะมีสักครั้งที่สมหวังได้เต็มร้อย แม้จะสมหวังสักครั้ง คนเราก็ยังต้องอยากนู่นอยากนี่เรื่อยไปอยู่ดี
ฉะนั้นจะไปตั้งความหวังอะไรให้มันมากมายไปใย
ยิ่งถ้าความคาดหวังนั้นขึ้นอยู่กับผู้อื่นด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เลย พาลจะนำพาความเจ็บช้ำใจมาให้ตัวเองเปล่าๆ
 
แต่ความคาดหวังกับเป้าหมายก็ไม่เหมือนกันนะ ถึงอย่างไรฉันก็คิดว่าเราก็ยังคงต้องมีเป้าหมายเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เราเดินต่อไป ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่อยู่ดี
อีกทั้งเป้าหมาย ยังจะช่วยให้เราค้นหา วางแผน สร้างเส้นทางเดินไปให้ถึงอีกด้วย
ก็ในเมื่อโลกยังเปลี่ยนไปทุกวัน ถ้าเราไม่เดินไปพร้อมกันหรือเดินไปรอข้างหน้า แล้วเราจะยอมถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ
 
ชีวิตคนเราไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว แน่นอน แต่ื่เชื่อแน่ว่า แต่ละคนย่อมมีูสูตรลับเฉพาะตัวที่ยากจะเลียนแบบ
ก็ขนาดคู่แฝดที่คลานตามกันมาแค่ไม่กี่นาที ยังไม่มีชีวิตที่ถอดแบบเหมือนกันเป๊ะเลย
ก็ชีวิตเราไม่ใช่สิ่งของที่จะ copy ออกมาจากพิมพ์เดียวกันเหมือนโรงงานได้นี่
ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าเป็นตัวเอง และยอมรับสิ่งที่คนอื่นเป็นด้วย
(NObody be a perfect man) -- (มีใครคุ้นๆ ประโยคนี้มั๊ย :P)
ในเมื่อเขาไม่ใช่เรา เราก็ไม่ใช่ใคร ในเมื่อไม่ได้เป็นคนๆ เดียวกัน แต่อยู่ในสังคมเดียวกัน
ทำอย่างไรจะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ให้มันสุขด้วยกันทั้งเราและเขา ไม่ใช่สุขบนทุกข์ของใคร
 
 
ป.ล.  ตัวอักษรที่เรียบเรียงเป็นคำแต่ละคำ มีความหมายมากกว่าเพียงสายตาได้สัมผัสและรับสารเพื่อเข้าใจแค่ความหมายนั้น
February 23

ว่างเกินไป (รึเปล่า)

 
รู้สึกว่าช่วงนี้ มีเวลาว่างมากเกินไปรึเปล่า  ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นเลย
เห็นคนอื่นเค้าดูยุ่ง วุ่นวาย ว้าวุ่นกับชีวิตกัน แต่เราทำไมเอื่อยเฉื่อยแบบนี้ล่ะ
กลับกลายเป็นว่าต้องไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตคนอื่นแทน
ส่วนเรื่องของตัวเองก็ดูเหมือนจะจบไปด้วยดี (สำหรับเรา)
ไม่จำเป็นก็ไม่ควรไปรื้อฟื้นให้มันมาวุ่นวายใจเล่น
 
จริงๆ แล้ว ชีวิตเราก็อาจจะไม่ได้ว่างมากนัก ถ้าคิดดูให้ดี ก็มีเรื่องที่ยังต้องทำอีกมากมาย
แต่ไม่รู้สินะ ตอนนี้อาจจะเป็นช่วงที่เราสามารถชาร์ตแบตให้ตัวเองได้ก็ได้นะ
 
อันที่จริงก็ไม่ค่อยชอบช่วงอารมณ์แบบนี้เท่าไหร่นักหรอก ดูว่างโหวง จับจด ทำอะไรไม่ถูกชอบกล
แต่อีกไม่นาน ชีวิตปกติ หรือชีวิตใหม่อันใกล้ก็คงจะมาเอง
 
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้มนะ
ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่อดีตและประสบการณ์ก็สามารถช่วยให้เราคาดการณ์และวางแผนได้
ปัญหาย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็สู้กับมัน ใครจะชนะจะได้รู้กันไป
ทุกปัญหาย่อมมีทางออกของมันเอง
สุดท้าย เราก็จะชนะตัวเอง ที่สามารถก้าวผ่านมันไปได้อย่างสมศักดิ์ศรี
 
ความจริงยังไงก็เป็นความจริง ถ้าทุกกระทำของเราอยู่บนพื้นฐานของความจริง
เราก็จะมีความสุขอยู่กับความจริง (ที่ไม่ได้หลอกตัวเอง)
 
 
January 07

กลัวความรัก

"ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป"
คำกล่าวที่มีความหมายดีๆ นี้ดูสวยงาม
แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ จริงๆ ในสายตาของบางคน  . . .
ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย
หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย
จากความรักมาแล้ว 

  

 ที่เป็นอย่างนี้ อาจเพราะรู้สึกว่า   . . .
การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก
ก็เหมือนกับการเสี่ยง  . . .เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ 

   

ถูกทำให้ผิดหวัง  . . .ถูกทอดทิ้ง  . . .และทำให้เจ็บปวด
จึงเป็นที่มาของความรู้สึก  . . .กลัวความรัก 

  

 แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
แต่มันก็มีค่า  . . .ต่อการมีชีวิตอยู่
เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย



ไม่ใช่เรื่องผิดนี่ที่เราจะกลัวความรัก
เพราะอย่างน้อยก็รู้ตัวเองดีว่า  . . .
กลัวความรัก ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก
และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า   . . .
มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว
ไม่จำเป็นต้องพบเจอ และสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น 

 

แต่ลืมนึกไปว่า  . . . ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก
เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึกๆ
แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างนั้น



หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน
ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่ายๆ
แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ
ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา 

  

แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม
เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า
เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง
ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้าง เผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น
เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี
เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก
หยูกยาก็ติดไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ
พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้ 

 

แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย
ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร  . . .
รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง
แต่เชื่อมั้ยว่า  . . . การเดินทางครั้งต่อไปของเรา
มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ  . . . ว่ามั้ย  . . .?