INaYZeR 的个人资料~INaYZeR~日志列表 工具 帮助

日志


12月29日

up อีกแล้ว

ช่วงนี้รู้สึกจะอัพบ่อยเหลือเกิน  ก็นะ...วันนี้มันไม่มีอะไรทำนี่นา
สอบเสร็จแล้วก็เลยมานั่งเล่นเนท  ตอนแรกก็ว่าจะไม่อัพหรอก
แต่แบบว่า...ว่างจัดอ่ะนะ
 
เรื่องจะอัพมันก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่  ก็เพิ่งอัพไปเมื่อวานเองนี่
แถมพิมพ์ก็ไม่ค่อยถนัด  เพราะเมื่อวาน  (แอบ)  ไปต่อเล็บมาล่ะ
พรุ่งนี้แม่เห็นจะว่าไงเนี่ย  กลัวโดนดุชะมัด
แต่มันอยากทำนี่  นาน ๆ  จะได้ไปเดินตลาดนัดตอนที่ร้านว่าง ๆ  ซะที
แต่ว่า  ตอนนี้เริ่มเสียดายตังค์แล้วล่ะ  วันนี้เลยไม่มีตังค์ไปเที่ยวเลย
 
ในที่สุดก็สอบเสร็จแล้ว  แต่ว่า...ว่างจังเลย  ไม่มีไรทำ
บ้านก็ไม่ได้กลับ  เพราะแม่จะมารับพรุ่งนี้พร้อมผองเพื่อน
ได้ข่าวว่าวันนี้  เพื่อน ๆ  ที่ส.ญ.นัดกันไปโรงเรียน
ไม่รู้ว่ามีใครไปบ้าง  ทำไมไม่เห็นมีใครบอกไรเราเลยนะ
แต่อาจเป็นเพราะว่าไม่มีใครรู้เบอร์  ก็ไม่ได้บอกใครนี่หว่า  (แป่ว)
แล้วจะโทษใครเนี่ย  สมควร!! 
 
อยากเจอแนนจัง  ชั้นไม่ได้เจอแกมาเกือบปีแล้วนะ  คิดถึงเว้ย
ตอนแรกคิดว่ากลับมาจากปีใหม่แล้วจะไปหาซะหน่อย
แต่งานเจ้ากรรม  ทำไมมันเยอะแยะอย่างนี้
เซ็งเลย  อดไป  ไม่เป็นไร  คราวหน้ายังมี
สักวัน  ชั้นคงได้เจอแก...
 
นั่งเลยเนทไป  เลยมีไรมาอ่านเล่น ๆ  แหละ  ไม่ได้หมกมุ่นเรื่องนี้นะ  แค่มันบังเอิญ
 
6 สิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับความรัก
Contributed by Funky ตั้งแต่ วันศุกร์, 29 ธันวาคม 2006 @ 12:00:08 ICT

 

1. คนที่ใช่ ไม่ได้มีเพียงคนเดียว
ถ้าคุณคิดว่าคุณทำคู่แท้หลุดมือไปแล้วล่ะก็ อย่าเสียใจไปเลย โลกนี้เต็มไปด้วยผู้ชายที่มีแนวโน้มจะเป็นคนที่ใช่เยอะแยะ

"เหตุผลที่ผู้หญิงมากมายทุกข์ใจจากการเดทก็เพราะพวกเธอเชื่อว่าโลกนี้มีผู้ชายแค่คนเดียวที่ถูกสร้างมาเพื่อเธอ"

แต่นั่นไม่จริงหรอก ถึงเราจะกำหนดสเป็คและคาดหวังว่าเราต้องการอะไรและผู้ชายแบบไหน
แต่ถ้ามีใครสักคนผ่านเข้ามาที่ใกล้เคียงกับมาตรฐาน กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดที่เราวางไว้ก็จะกระเด็นออกนอกหน้าต่างไปเอง

2. รักแรกพบมีจริง
มันเป็นไปได้ที่เราจะรักใครซักคนที่เพิ่งเจอแค่แป๊ปเดียว

"ทางชีวภาพสัตว์ต้องหาคู่ให้ได้ก่อนฤดูผสมพันธุ์สิ้นสุด ก็เลยต้องถูกตาต้องใจกันอย่างเร็ว"

ในเมื่อสมองเราก็ส่งสารแบบนั้น เราก็เลยสามารถตอบโต้ตัวกระตุ้นอย่างความชอบ ภาษากายและความเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว

3. อยู่ห่างๆ กันบ้างก็ดี
ในขณะที่คุณกำลังคลั่งรักหัวปักหัวปำ สิ่งที่คุณอยากทำก็คืออยากเอาอกเอาใจเขา และอยากเกาะติดเขาแจได้ทั้งวันทั้งคืน

"การอยู่ห่างกันทำให้สารเคมีแห่งความรักอย่างโดพามีนและนอเรฟฟินเนฟฟิลในสมองเพิ่มผลผลิต"

ดังนั้น ไม่เป็นไรหรอกที่จะไม่นัดเจอเขาคืนวันอังคาร ถ้าคุณจะต้องเจอเขาวันพุธ มองแบบนี้ซิ มันจะทำให้การพบกันตอนสุดสัปดาห์ของคุณเร่าร้อนกว่าเดิม

4. ความรักไม่ใช่เรื่องของอารมณ์
ความรักกระตุ้นสมองส่วนที่สัมพันธ์กับการจดจ่อไปที่แรงจูงใจ และแรงผลักดันเพื่อจะชนะรางวัล เช่นอาหารหรือเซ็กซ์ ซึ่งตรงข้ามกับสมองส่วนความรู้สึก เช่นความสุขหรือความเศร้า ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าทำไมเราถึงว้าวุ่นใจเป็นพิเศษสำหรับคนที่ทำให้ชีพจรเราเต้นรัว

5. ความรักเป็นสิ่งเสพติด
เมื่อเราดูรูปคนรักเก่า ส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเสพติดแอคทีฟเป็นพิเศษเลย โดพามีนถูกหลั่งออกมา แล้วเราก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มจิตใจหวั่นไหวล่องลอยอย่างแรงเหมือนใช้ยาเสพติดเลย นั่นคือสาเหตุที่เราโหยหาหวานใจเราไง

6. ผู้ชายรักง่ายกว่าผู้หญิง
เรามีแนวโน้มจะคิดว่าผู้หญิงรีบร้อนที่จะมีรัก แต่ความจริงผู้ชายเป็นอย่างนั้นมากกว่า

"สมองผู้ชายติดตั้งสัญญาณเกี่ยวกับการมองเห็นมากกว่า"

ดังนั้น เมื่อหนุ่มเห็นสาวที่ทำให้เครื่องเขาติด ก็จะมีแรงไปกระตุ้นสมองส่วนพิเศษที่มีเฉพาะในเพศชาย

 
อ่านขำ ๆ  นะ  (เหอ ๆ)
HaPpY  NeW  YeAr  2007
12月28日

จาปีใหม่แย้ว...

ก็ใกล้จะปีใหม่แล้วสินะ  แต่เด็ก มธ.เราก็ยังต้องมีสอบช่วงนี้เช่นทุกปี
1  ปีผ่านไปนี่มันเร็วจริง ๆ  มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะแยะมากมาย
อย่าพูดเรื่องที่มันเศร้า ๆ  ดีกว่า  ปีใหม่แล้ว  เราก็ต้องทำตัวให้สดใสเข้าไว้สิ  จริงมั๊ย?
 
 
ตอนนี้กำลังสอบอยู่  ไม่รู้ว่าจะบอกว่ายากหรือง่ายเหมือนกันนะ
แต่ที่รู้ ๆ  คือทำไมมันรู้จะอ่านอะไรเลยอ่ะ   ไม่ใช่ว่าเก่งแบบข้ารู้แล้ว  ไม่ต้องอ่านนะ
แต่มันไม่มีชีทจะอ่านอ่ะดิ  เซ็งสุด ๆ  แล้วงี้จะเอาอะไรไปสอบเนี่ย
ไอ้  lecture ที่มีมันก็ไม่ครบซะอีก  ต่อไปหนูจะไม่โดดแล้ว  (เหอ ๆ)  เห็นพูดงี้มา 3 เทอม

อาจารย์ก็นะ  ไม่บอกแนวข้อสอบมั่งเลย  อ่านมันเข้าไปก็แล้วกัน  เฮ้อ...

เกรดออกครบแล้ว  แต่ทำไมมันไม่มีเอให้ชื่นใจมั่งเลยอ่ะ 

คนอื่นเค้าเรียนวิชาคณะ  วิชาภาคกันแล้วเกรดขึ้นเอา ๆ  แต่ดิฉัน  ลดเอา ๆ แล้วมันจะถึงที่ตั้งใจไว้มั๊ยเนี่ย

 

 

พอดีกว่า  พูดเรื่องเรียนเยอะ ๆ  เดี๋ยวเครียด  ปีใหม่นี้  เพื่อน ๆ  พี่ ๆ  กรุ๊ปเดิมจะไปเที่ยวที่บ้านอีกแล้ว
ก็ดีเหมือนกันจะได้ฉลองปีใหม่กับเพื่อน ๆ  มั่ง  ทุกปีก็อยู่แต่บ้าน 
นั่งดูทีวีคนเดียวกะโทรศัพท์ happy new year ชาวบ้านเค้า
จากที่คิดว่า  ปีนี้อาจจะเหงาสุด ๆ  แต่ก็คิดว่าคงจะไม่แล้วล่ะ
สวัสดีปีใหม่ทุกคนนะ  ขอให้มีความสุขมาก ๆ  คิดอะไรก็สมปรารถนานะ
 
 
 
 
 
และเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในปีนี้  ก็ทำให้เรารู้สึกว่า
รักแม่มากมาย  มากขึ้น  มาก ๆ  เลย
 
 
12月19日

รักและผูกพัน

วันนี้..เราอาจจะรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่งจนคิดว่าเราขาดเขาไม่ได้ แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป สักวันเราจะรู้ว่า

สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมชีวิตเราไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเรา

วันหนึ่ง...หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่ที่เราคิดว่าเราพึงพอใจ ปรารถนา ต้องการ ขาดไม่ได้ เราก้อจะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก

เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไปจะสอนเราได้เองว่าความผูกพันกับสิ่งใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่งจะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ

อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตไปลุ่มหลง



**คิดเสียว่า...เราโชคดี...ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก**

 

มีคนบอกว่า...

ถ้าเรามีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น คือ ความรัก
ถ้าเราเศร้า เหงา อยากเจอ พูดคุย คือ ความรัก
ถ้าเราร้อนรนที่เขาอยู่กับใคร ๆ ที่ไม่ใช่คุณ คือ ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว
ถ้าเราท้อหมดกำลังใจ เค้าลูบหลัง ดูแล คือ ความรักที่บริสุทธิ์
ถ้าเราเข้าหาแต่เค้าหนี คือ ความใคร่ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าเราหนีแต่เค้าวิ่งตามมา คือ ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ
ถ้าเราร้องไห้ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ คุณคือ คนโง่และบ้าอย่างน่าอาย
แต่ถ้าเราพอใจ...จงรักและมอบความรักให้กับเค้า แม้มันจะไม่กลับมาหาเราก้อตาม

**จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้ ดีกว่ามานั่งเสียใจในวันหน้า**

12月16日

อัพแล้วนะ ใครที่บอกว่ารออ่านอยู่ ก็อย่าลืมเข้ามาอ่านล่ะ

...Love starts with a smile, grows with a kiss, and ends with a tear.
 
 
 
ทำไมช่วงนี้  รู้สึกไม่ค่อยดีเลย
รู้สึกตัวเองว่าช่างเป็นคนที่ไม่มีความสามารถในการทำงานเอาซะเลย
ทำอะไรก็ออกมาไม่ได้เรื่อง  ไม่ได้ดั่งใจเลยซักอย่าง
แย่...จัง
 
แม้กระทั่งเรื่องของ  ความรัก 
ก็รู้สึกไม่ต่างอะไรกัน 
 
วันหนึ่งในขณะที่นั่งเรียนอยู่  ก็ได้นั่งคุยถึงเรื่อง  ความรัก
พอได้ฟังแล้ว  รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจดีทีเดียว
ไม่รู้ว่าถ้ามีคนได้อ่านแล้ว  จะรู้สึกยังไงบ้าง
เรื่องมีอยู่ว่า 
... มีใครคนหนึ่งกำลังมีปัญหาเรื่องความรัก
เธอไม่ได้ต้องการอะไร 
นอกจากความชัดเจนและความบริสุทธิ์ใจของผู้ชายคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเธอ
เธอจะไม่ติดใจเรื่องที่เกิดขึ้นเลย  ถ้าเขาไม่ทำลายความเชื่อใจที่มีให้เขามาตลอดด้วยการกระทำอย่างหนึ่ง
และถ้าถามว่าตอนนี้เธอยังรักเขาอยู่มั๊ย  เธอคงตอบได้ทันทีว่า  100%  ยังเหมือนเดิม
แต่ความเชื่อใจนั้น  ไม่รู้ว่าเหลืออยู่เท่าไหร่แล้ว
ดังนั้น  เธอคิดว่า  เวลา...คงจะช่วยให้เธอตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น
ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่  เวลาคงจะช่วยตอบคำถามเธอได้
 
แล้วเพื่อนผู้หวังดี  (หนึ่ง  สอง  และสาม  (นามสมมติ))  (อิอิ) 
ก็ได้ให้คำ...(ที่เรียกว่าอะไรดี)  แนะนำ  ปลอบโยน  ปลอบใจ  เตือนสติ 
ให้เธอได้กลับมาคิด  ทบทวนอีกครั้ง
 
นี่เป็นบทสนทนาตอนหนึ่งที่พวกเขาได้คุยกัน
หนึ่ง     -  เขารู้ว่าพอพูดไปแล้ว  เธอก็จะว่าแก้ตัว  เขาก็จะบอกว่า  แล้วให้ทำไง  พอเธอพูดว่า  ก็  clear  สิ  เขาก็จะพูดว่าจะ  clear  อะไร  ไม่มีอะไรต้อง  clear
             (ดูมันสิ  พูดยังกะเป็นตัวเองเชียว)
เธอ     -  ก็เราพยายามถาม  พยายามคุยไปหมดแล้ว  แต่ตอนนั้น  ทำไมไม่พูดล่ะ  เงียบทำไม
หนึ่ง     -  ก็ขอคุยใหม่สิ
เธอ     -  (เหนื่อย)  ทำไม  ถามแล้วก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี  เรารู้...ว่าเรื่องที่เราเจอมันอาจจะไม่ได้มากมายอะไร  แต่เราก็ไม่อยากจะเจอเรื่องที่มากมายกว่านี้ทีหลัง 
             เรายอมเสียใจตั้งแต่วันนี้ดีกว่า
หนึ่ง     -  อย่าลืมนะว่าผู้ชายคนหนึ่งอาจรักผู้หญิงคนหนึ่งมากกว่าที่ผู้หญิงคนนั้นรับรู้  เพราะผู้หญิงคนนั้นมีค่าที่สุด  แต่บางครั้งก็ถูกใครบางคนปิดหูปิดตาก็ได้ 
             ทำให้มองเพชรเป็นถ่าน  มองถ่านเป็นเพชร  ยังไง  เพชรก็คือเพชรอยู่วันยังค่ำ
เธอ     -  (โห  ดูเปรียบซะเวอร์  เราก็ไม่ได้ดีไปกว่าใครมากมายขนาดนั้น  เราก็คนธรรมดา  อาจจะมีใครที่ดีกว่าเราก็ได้)
สอง     -  ผู้ชายคนนี้เขารับรู้ความรู้สึกเธอทุกอย่าง...แต่เขาก็ยังทำตัวและความรู้สึกเฉย ๆ  อยู่เลย
หนึ่ง     -  เพราะเขารู้ว่าสักวันถ่านอาจกลายเป็นเพชร  แต่ในที่สุดเขาก็ต้องรู้ว่ามันไม่มีทางที่จะทำให้ถ่านกลายเป็นเพชร  เพชร  1  กะรัต  แต่  เธอมากกว่า  1 
             แต่เป็น  2,3,4,5,...
สอง     -  เขา  (ผู้ชายคนนี้)  รับรู้ไปแล้วว่าเป็น  "เพชร"  เพราะเขาเคยรู้สึกว่าตัวเองเสีย  "เพชร"  ไปแล้ว  แต่ยังไงก็ตาม  ผู้ชายทุกคนไม่เหมือนกันแต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่า
             "รัก"  ของเขาเป็นแบบไหน
เธอ     -  โห  ดูเปรียบซะเวอร์  เราก็ไม่ได้ดีไปกว่าใครมากมายขนาดนั้น  เราก็คนธรรมดา  อาจจะมีใครที่ดีกว่าเราก็ได้
หนึ่ง     -  อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ไปแย่งของใคร  ผู้ชายทุกคนก็ไม่เหมือนเขา  แต่สิ่งที่หมือนกันคือ  เขามีความรัก
 
ภาค  2
หนึ่ง     -  เมื่อนำน้ำตาล  1  ช้อนชาเติมลงในน้ำแล้วน้ำหวานขึ้น 
             คำถามคือ  มันหวานพอมั๊ยที่จะทำน้ำเชื่อม 
             คำตอบคือ  ไม่มีทางพอ  จึงต้องเติมช้อนที่  2,3,4,...  จนกว่าจะอิ่มตัว 
             การอิ่มตัวจะทำให้ทุกอย่างลงตัว  ไม่ต้องการอีก  แล้วจะเกิดความพอเพียง  เกิดการหยุดนิ่งในจุดที่ดีที่สุด  ที่หวานพอดีกับการเป็นน้ำเชื่อม
             ดังนั้น  ระหว่างที่เติมน้ำตาลทีละช้อน  ก็อย่าเพิ่งหวังว่า  เติม  1  ช้อนแล้วจะพอ  เติมไปเลยทีละหลาย ๆ  ช้อน  ปล่อยให้น้ำถูกเติมน้ำตาลไปเรื่อย ๆ 
             มิฉะนั้น  น้ำก็จะไม่อิ่มตัวสักที
สอง     -  ใครเป็นคนกำหนดความหวานของ  "น้ำ"  เธอ  หรือ  เขา  แต่ความแตกต่างมันขึ้นอยู่กับว่า  เขาหรือเธอไม่ได้มีประสาทรับรสที่เหมือนกัน 
             แล้วอะไรคือความพอเพียงของประสาทรับรสของเขาทั้งสองคน
หนึ่ง     -  อย่างไรก็ตามความหวานที่จะทำให้เขาและเธออิ่มตัว  ก็อยู่ที่เธอและเขา
             ขึ้นอยู่กับเธอจะเป็นคนเติมให้เขา  หรือ  ให้คนอื่นมาเติมให้เขา
             เช่นกันขึ้นอยู่กับเขาจะเป็นคนเติมให้เธอ  หรือ  จะให้คนอื่นมาเติมให้เธอ
             อิ่มตัว  ไม่อิ่มตัว  ก็ขึ้นอยู่กับเขา+เรา  หาร  2  จุดนี้แหละคือ  จุดดุลยภาพแห่งความอิ่มตัวของความหวาน
             เธอเติมน้ำตาลให้เขา  เขาเติมน้ำตาลให้เธอ  ต่างตนต่างให้  ต่อให้มีใครมาเติมเพิ่มมันก็ตกตะกอน  ไม่ละลาย  ไม่มีทางเข้ามาผสมกับใจของเรา
สอง     -  เมื่อไหร่ที่เขาถึงจุดดุลยภาพแห่งความอิ่มตัวไปแล้ว...  เขาจะหยุดให้ความหล่อลื่นกับ  "ความรัก"  จนกลายเป็นความฝืดเคืองและคลางแคลงใจของ  "เธอ"  ผู้นี้
             เพราะการที่เขาถึงจุดดุลยภาพแล้วนั้น  ทำให้เธอไว้วางใจจนกลายเป็นความเชื่อใจ 
             แต่ตรงกันข้าม  ความถึงจุดดุลยภาพแห่งความหวานของเขานั้นกลับเปิดทางให้มดเคลื่อนย้ายตะกอนที่ตกผลึกลงมา 
             ให้เดินทางไปละลายเพื่อกลายเป็นน้ำตาลก้อนใหม่ที่คอยเติมน้ำแก้วใหม่
หนึ่ง     -  การจะไปถึงจุดดุลยภาพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย  ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย  ไม่ใช่เธอเพียงคนเดียว  เขาเพียงคนเดียว  แต่เป็นเราที่ฝ่าฟันมาด้วยกัน
             ยิ่งผ่านเรื่องราวมากมายเท่าใด  จุดดุลยภาพยิ่งมีค่ามากเท่านั้น
             การที่เป็นเรา  คือ  การที่เป็นเรา  ดุลยภาพแห่งความหวาน  ดุลยภาพแห่งเรา  จะเป็นสิ่งที่ทำให้น้ำตาลที่เราเติมจะไม่มีวันหมด  เราจะเติมน้ำตาลไปเรื่อย ๆ 
             แม้มันจะตกผลึก  เหลือเฟือ  ก็ให้ตกผลึกแก่บุคคลรอบข้าง  พ่อ  แม่  เพื่อน  ญาติพี่น้อง  ซึ่งไม่สร้างความไม่สบายใจให้กับเรา
สอง     -  "อะไรมันหวานกว่ากัน"
สาม     -  สำหรับเราแล้ว  ความสมดุลและความหวานที่พอเหมาะนั้นไม่มีจริง 
             You  give  more  than  you  get  when  you  get  more  than  you  give
หนึ่ง     -  ถึงแม้ความหวานที่สมดุลจะไม่มีจริง  แต่มันคือ  อุดมคติ  ที่เราจะไปถึงหรือไปให้ใกล้ที่สุดนะ
             อุดมคติ  คือ  เป้าหมาย  ถ้าไม่มีเป้าหมายก็ไร้ซึ่งทิศทาง
หนึ่ง     -  เธออาจเป็นคนเติมความหวานให้กับเขาเอง  หรืออาจให้คนอื่นเติมให้เขาพร้อมกับเธอ
             แล้วในที่สุด  เขาก็คงต้องเลือกว่าเขาจะชอบน้ำตาลทรายขาวจาก.....  หรือน้ำตาลปีบจาก.....
             และในทางกลับกัน  เธอก็ทำได้  (มีสิทธิเลือกเหมือนกัน)  เพราะเธอมีความเป็นเธอในตัวเธอเอง
หนึ่ง     -  คนที่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป  ไม่ใช่เธอ  ไม่ใช่เขา  แต่เป็นคน  3  คน
 
หนึ่ง     -  เออ คนนั้นรู้หรือเปล่าว่า  เขามีแฟนแล้ว
สอง     -  รู้เต็ม ๆ  ประตูเลย  "ว่ามี"  แต่เขาไม่ยอมเคลียร์ตัวเอง  เพราะฐานความคิดของเขาถามว่า  ทำไม  จะโทรทำไม  มันผิดกับสิ่งที่เขารู้จักเธอ  ว่าเธอเป็นคนยังไง
             แล้วทำไมเขาไม่เชื่อใจเธอ
หนึ่ง     -  มันอยู่ใต้จิตสำนึกที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว  แต่มันจะออกมา  (แสดงออกมา)  เมื่อถึงเวลา
 
จบดีกว่า
 
ส่วนเรา  จะต้องเข้มแข็งให้ได้สักวัน 
(และในเร็ววันนี้ด้วย)