INaYZeR 的个人资料~INaYZeR~日志列表 工具 帮助

日志


3月23日

ถอยห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิม

 
 ถอยห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิม
 
ในความเป็นไปของชีวิต
คนหลายคนยอมที่จะอยู่เป็นโสด
เพียงเพื่อจะได้ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงในกรอบของตัวเองอย่างที่ไม่มีใครมาทัดทานได้
เขาเหล่านั้นมักคิดว่า เมื่อความรักเริ่มต้น ชีวิตผจญภัยก็พังทลาย
เมื่อรับใครอีกคนเข้ามาในชีวิต โลกส่วนตัวของพวกเขาก็จะล่มสลาย
ความรักกลืนกินโลกใบเดิมของเราไปจริงหรือเปล่า?
ความใกล้ชิดจะทำให้เราสูญเสียจุดยืนที่แท้จริงอย่างนั้นใช่ไหม?

 
 

แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น... คนเราทุกคนมีโลกกลม ๆ คนละใบ กว้างบ้าง
เล็กบ้างตามความพอใจ ในโลกกลม ๆ ใบนั้นเราต่างบรรจุวิถีชีวิต ความรัก ความคิด ความเป็นตัวเองไว้อย่างเต็มเปี่ยม และเมื่อความรักปรากฏตัว โลกกลม ๆ
ของคนอีกคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
แต่ใช่ว่าเราจะต้องกระโดดออกจากโลกของเราไปอยู่ในโลกของเขาเสียเมื่อไหร่
แล้วไม่มีความจำเป็นใดที่เขาจะต้องกระโดดออกจากโลกของเขามาอยู่ในโลกของเราด้วย

วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คนสองคนมีโลกใบเดียวกัน
โดยไม่ละทิ้งโลกส่วนตัวใบเดิมก็คือ "การยูเนี่ยน" (UNION)โลกสองใบเข้าไว้ด้วยกัน มันเป็นวิธีง่าย ๆ
ตามหลักคณิตศาสตร์ที่เราเคยเรียนรู้กัน เมื่อวงกลมสองวงคล้องเกี่ยวกันไว้
ส่วนที่อยู่ในเนื้อที่ของกันและกันนั้น เราเรียกว่า"อินเตอร์เซ็คชั่น" (INTERSECTION) ซึ่งข้อดีของมันก็คือ
ช่วยให้วงกลมสองวงที่ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ได้แชร์ชีวิตร่วมกัน และมีโลกใบเดียวกัน ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ
ที่ไม่ได้ถูกอินเตอร์เซคชั่นนั้น ก็ยังมีชีวิตของมันต่อไป
และมันก็ยังเป็นโลกใบเดิมที่บรรจุความเป็นตัวของตัวเองไว้อย่างครบถ้วน

เหมือนความรัก.... โลกที่คนสองคนเกี่ยวคล้องกันไว้นั่นแหละ
คือโลกที่ความรักสร้างขึ้น คือโลกที่คนสองคนจะโอบกอดกันได้ทุกเวลา
และแชร์ทุกอย่างร่วมกัน ตั้งแต่กินข้าวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน ฟังเพลงด้วยกัน ห่มผ้าผืนเดียวกัน.. มันเป็นโลกที่แสนอบอุ่นสำหรับคนเหงา แต่ถ้ารู้สึกว่า
อยากกลับไปเยี่ยมเยือนโลกใบเดิมของตัวเองสักหน่อย
ก็แค่กระโดดออกจากส่วนที่อินเตอร์เซคชั่นไว้
ห่างออกมาสักหนึ่งก้าว...วิถีชีวิตอิสระของนักผจญภัยก็จะเดินหน้า
ในขณะที่โลกสองใบก็ไม่ได้แยกจากกันไปไหน
เพราะมันเกี่ยวคล้องกันไว้อย่างแน่นหนา

เพราะฉะนั้นฉันจึงเชื่อว่าความรักกลืนกินโลกของใครไม่ได้หรอก
นอกเสียจากว่าคนสองคนเต็มใจที่จะเคลื่อนวงกลมเข้าใกล้กันเองจนซ้อนกันมากขึ้น ๆ และกลายเป็นวงกลมเดียวกันในที่สุดที่ใช้ชีวิตในวงกลมเดียวกันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกว่าความรักจะลดน้อยลงไปได้เลย........



ที่มา Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 

 

อืม...เราก็คิดคล้ายแบบนี้นะ คนทุกคนย่อมมีโลกส่วนตัว

แต่ก็คงมีบางส่วนในชีวิตที่คนสองคนจะยูเนี่ยนกันได้ ซึ่งแต่ละคู่ก็คงมีมากน้อยต่างกันไป
ยิ่งยูเนี่ยนกันได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอินเตอร์เซ็คกันได้มากเท่านั้น ก็คงทำให้เข้าใจกันมากขึ้น
แต่บางทีแค่เข้าใจและรักกันมันก็ไม่พอ การคบกับใครสักคนมันมากกว่านั้น ไม่ใช่แต่ความสัมพันธ์แบบคนรักเท่านั้นนะ
มันรวมไปถึงทุกคนที่รักและแคร์ เราคิดว่าการยอมรับความแตกต่างของอีกฝ่ายก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย
ถ้าใจเรายอมรับได้ซะอย่าง การกระทำมันก็แสดงออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจเอง
การเปลี่ยนแปลงใครมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และคงไม่ยั่งยืน
การปรับตัว ปรับใจ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า
สำหรับเราแล้ว ถ้ามีใจก็ทำได้ทุกอย่าง แต่ถ้าหมดใจ จะทำยังไงก็คงสูญเปล่า
ใจคนเรายากแท้ หยั่งถึง
ถ้าคนส่วนใหญ่คิดถึงใจคนอื่นก่อนจะทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง ก็คงดี
เราไม่ได้บอกว่าให้ทำตามใจคนอื่น จนลืมตัวตนของตัวเอง
แค่คิดว่าถ้าเราเป็นเค้า จะรับได้มั๊ย รู้สึกอย่างไร เท่านั้นก็พอ (มั๊ง)
เอ่อ... ว่าแต่ว่า พิมพ์มาตั้งนาน เพื่ออะไรเนี่ย งงตัวเองเหมือนกันแฮะ (แป่ว)
(แต่รักที่ผ่านพ้นไป ก็คงเป็นได้แค่ความทรงจำ จะก้าวหรือถอย ก็ไม่ได้แล้วล่ะ)
 
 
อยากทำอะไร ๆ ได้ดังใจคิด อยากพยายามให้ได้มากกว่านี้
แต่บางทีก็รู้สึกเหนื่อย ทั้งที่บางทีก็คิดว่าเราเหนื่อยง่ายเกินไปมั๊ย
เฮ้อ...ขัดแย้งในตัวเองอยู่ร่ำไป ที่สุดก็คิดว่า ถึงเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องพยายาม
ชีวิตเรายังต้องเจออะไรอีกเยอะ ถ้าเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ แล้วต่อไปจะทำยังไง
รู้สึกได้ ท้อได้ เหนื่อยได้ พักได้ แต่ต้องไปต่อให้ได้เหมือนกัน (พัก...แต่ต้องไม่แพ้ ไม่ต้องแข่งกับใคร แค่ใจตัวเอง ชนะให้ได้ก็แล้วกัน)
บางเรื่อง ก็ไม่ควรหาเรื่องมาใส่ตัวเลย แต่ตัดสินใจไปแล้ว คิดเอง ทำเอง ไม่มีใครบังคับ
ก็จำไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกัน
ไม่มีใครหวังดีกับเรา ที่สุดแล้วคนสุดท้ายที่อยู่กับเราเสมอก็คือ ครอบครัว
โดยเฉพาะ ที่ให้เรามาทั้งชีวิต แล้วชีวิตนี้ เราจะตอบแทนอะไรให้ท่านได้บ้าง...???
เป็นคำตอบที่มีอยู่ในใจ แต่ทำได้แค่ไหนไม่รู้
แต่ที่รู้ คือ ต่อให้ทำอะไร แค่ไหน ก็รู้สึกว่าไม่เพียงพอ
 
 
ป.ล. เอ่อ...ว่าแต่ ทำไมเวลาเขียนไดอารี่ ไม่เห็นเขียนได้แบบนี้เลย
เรื่องนี้ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
แล้วมันต่างกันยังไง อาจเป็นเพราะความถี่หรือเปล่า
รู้สึกว่าเขียนได เราพยายามจะเขียนให้ได้ทุกวัน
แต่เขียนสเปซ เวลาที่อยากปลดปล่อยความคิดและอารมณ์จริง ๆ
ทั้งที่บางทีก็ไม่มีเรื่องจะอัพ แต่พอได้อ่านบทความหรือข้อความบางอย่าง
ก็มีเรื่องให้เขียนได้อ่ะ
 
ใครคิดยังไง ช่วยบอกที
(ทุกเรื่องอ่ะนะ)
3月17日

ความคิด

ขึ้นชื่อเรื่องด้วยเรื่องนี้ เพราะ รู้สึกว่า บางที คนเราอยู่ในวังวนของความคิดมากเกินไปรึเปล่า
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ คิดมาก นั่นเอง แต่เราว่า บางทีมันก็ไม่ได้ คิดมาก เสมอไปหรอกนะ
เพราะความรู้สึกว่า คิดมาก ของเรา อาจจะยัง คิดน้อย เกินไปสำหรับคนอื่นก็ได้
 
คิด คิด คิด คิดกันไปมากมาย ไม่รู้จะคิดกันไปเพื่ออะไร
ความคิดมากมายในชีวิตคนเรา คงมีหลายครั้งที่หลายคนคงคิดเหมือนกัน
 
เคยคิดกันใช่มั๊ย ว่าคนเรา เกิดทำไม ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร
แต่พอมีหลายคน คิด ที่จะไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ต่อไป คนส่วนใหญ่ ก็มักจะ คิด ว่า คน ๆ นั้น สิ้นคิด
ทั้ง ๆ ที่เค้าก็มีสิทธิจะคิด
 
เฮ้อ ก็แล้วแต่คนเราจะคิดกันไปล่ะเนอะ แต่ละคนก็ย่อมมีเหตุผลในตัวเองล่ะนะ
 
ทำไมเราจะต้องมีความลับกันด้วยเนอะ
ทำไมต้องมีเรื่องที่บอกใครไม่ได้
ทำไมต้องคิดคนเดียวในใจ
ทำไม ทำไม และทำไม
 
มีแต่คำถาม แต่บางทีก็ไม่ต้องการคำตอบ
 
ไม่รู้จะอัพไรแล้ว ยิ่งอัพยิ่งงงเอง
 
ความคิด มันพาไป ถ้าไม่อยากให้ ความคิด พาไป ก็ต้อง คิด อย่างมีสติใช่มั๊ย
รู้แต่ทำยากเนอะ อ่านะ พอดีกว่า ฟุ้งซ่านใหญ่แล้ว
3月5日

Rain and Tears

สายฝนกับหยดน้ำตา
คงสภาพความรู้สึกที่คล้ายกัน
สายฝนมักมากับท้องฟ้าที่ดำทมึนและแสนเศร้า

น้ำตามักมากับความเหงาถึงใครซักคนที่ไม่ยอมจางหายไปจากใจ
เวลาน้ำตามันจะพาลไหล..สายฝนอาจช่วยปกปิดรอยคราบน้ำตาได้

ทั้งสองสิ่งจึงเป็นเสมือนสิ่งเตือนใจให้เรารู้ว่า ชีวิตเราคงต้องมีหลายๆครั้งที่ต้อง

เผชิญกับสายฝนและหยาดน้ำตา

และทั้งสองเช่นกันก็เป็นสิ่งที่จะปลอบเราว่า ฟ้าหลังฝนย่อมมีสายรุ้งอันสดใส
หลังคราบน้ำตาก็ต้องมีสิ่งที่ดีกว่ารอคอยเราอยู่ข้างหน้า.......

:-( :-)

 

ชอบอ่ะ