| INaYZeR's profile~INaYZeR~BlogLists | Help |
|
March 10 อัพ (ซะทีเหอะ)
December 26 โดด โดด โดดเหอ ๆ โดดเรียนอีกแล้ว
เดี๋ยวนี้เริ่มโดดเรียนเป็นชีวิตจิตใจแล้วสิ
นิสัยเสีย แย่จริง ๆ เลย (แต่ทำมั๊ย ก็ยังทำอยู่ 555)
โดดเรียนมานั่งอัพสเปซ ดูช่างอารมณ์ดี สดใสร่าเริงเสียจริง ๆ เชียว
ก็นะ ไม่ได้อัพสเปซมานานมากจนมีคนถามถึง (ใครหว่า?? ไม่เห็นจะมี แป่ว!!)
เลยโดดเรียนมาอัพซะหน่อย (อิอิ)
ก็ไม่รู้จะอัพอะไรน่ะนะ ก็เลยอัพเรื่องโดดเรียนนี่เลยละกัน
ก็เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้าโดดเป็นกิจวัตรไปซะแล้ว วันหนึ่งเข้าเรียนวิชาเดียว (นี่ก็หรูแล้วนะ) อิอิ
เอาน่า เดี๋ยวพอใกล้สอบ ก็ใกล้ตายเองน่ะแหละ สมน้ำหน้ามัน 555
อ่ะนะ พักเรื่องเรียน มาเรื่องชุมนุมฯ มั่งดีกว่า
คริสต์มาสนี้ เราก็ได้ไปร้องเพลงกับเค้าด้วยน้า หลังจากไม่ได้ร้องมา 2 ปีแล้ว ที่ต้องร้องก็เพราะคนไม่พอน่ะซี
ปกติที่แย่อยู่แล้ว แต่คราวนี้ แช่ (แย่) มาก เหตุเพราะจำโน้ตโซ 2 ไม่ได้ เลยกระโดดไปร้องโซ 1 ซะ
แล้วไง สมน้ำหน้ารอบ 2 ก็เหนื่อยน่ะเซ่ ถึงบ้างไม่ถึงบ้าง ตามเรื่องไป
แต่ก็ยังมีคนมาดูมาชมบ้างล่ะนะ (ดีใจ) อิอิ มีผู้สนใจมาติดต่อชุมนุมฯ เราหลายรายด้วยกัน (ขายได้เหมือนกันนะเนี่ย)
นอกจากร้องเพลงก็กิน ๆๆ ยังกะเป็นมหกรรมการกินยังไงยังงั้น ร้องเสร็จ พักปุ๊บ กินปั๊บ สมกับเป็น TU Chorus จริง ๆ
กิน แต่งหน้า ถ่ายรูป และร้องเพี้ยน ตึง!!
และแล้วก็ใกล้จะหมดวาระแล้วล่ะซี บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะรู้สึกไงดี
แต่ก็จะตั้งใจทำหน้าที่ที่เหลือให้ดีที่สุดละกัน (ตั้งใจกว่าเรียนอีกนะเนี่ย)
ถึงจะเป็นประธานชุมนุมฯ ที่ร้องเพลงไม่เป็นก็เถอะ
อันที่จริง เทอมสองนี้ ก็ตั้งใจจะร้องเพลงอ่ะนะ อยากขึ้น CKT อยู่เหมือนกัน
แต่ไม่มีเวลาไปซ้อมนี่นา (แต่มีเวลาโดดเรียนแฮะ แป่ว!!) ทำไงได้
ก็เป็นแม่บ้านชุมนุมฯ ก็ได้เนอะ บ่ยั่นอยู่แล้ว
เพื่อน chorus 48 มาชุมนุมฯกันบ้างสิ อย่าปล่อยเราอยู่กับณุ กับเดียร์ อย่างเดียว (เค้ากลัวนะ 555 (ล้อเล่นนะ))
จะปีใหม่แล้ว ยังไงก็ Merry X'mas ย้อนหลัง แล้วก็ Happy New Year ล่วงหน้านะ มีความสุขทุก ๆ คนนะคะ
สรุปว่า ชีวิตช่วงนี้ดูลัลล้าจังเลย ชิลไปรึเปล่าเนี่ย
อ่ะนะ ตั้งใจ ๆ ขอชิลจนถึงสิ้นปีนะ เหลือแค่ไม่กี่วันเอง
ปีใหม่นี้จะตั้งใจเป็นเด็กดีนะ
รักแม่นะคะ October 15 นอย
September 11 งาน งาน งานช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาของการปั่นงานก่อนสอบได้เวียนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากที่เอ้อระเหยลอยชายกันมาอยู่นาน น่าแปลกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาก็เหมือนจะไม่ได้อยู่ว่างเลย
แล้วทำไมงานที่อาจารย์สั่งมันไม่ได้คืบหน้าไปเลยล่ะเนี่ย แป่ว! แล้วไอ่ที่ว่าไม่ว่างเนี่ย มัวทำอะไรอยู่ละเรา
อ่านะ แต่ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าก็ปั่นต่อไปละกัน
ส่วนเรื่องความรัก อ๊ะ จะหาว่าไม่เขียนไม่ได้เชียว ก็ความรักมันเป็นส่วนหนึ่งชีวิตนี่นา
แต่ตอนนี้ แหะ ๆ ไม่มี แล้วจะเขียนไปทำไมหว่า ก็อยากบ่นบ้างนี่
แต่จะว่าไป ชีวิตโสดนี่ก็มีความสุขดีนี่นา ลัลล้าได้ตลอด
อ่านะ อยากอัพต่อ แต่หมดเวลาแล้ว เดี๋ยวค่อยอัพต่อนะ August 22 เพียงแค่คิด ชีวิตก็เปลี่ยนได้
August 15 ยิ้ม
July 20 เรื่องง่าย ๆ ที่ทำไม่ได้
June 23 อยากอัพ..แต่ขี้เกียจ
May 26 คิดถึง...
May 24 คนแปลกหน้าอ่านะ อยู่ ๆ ก็มีเรื่องมาให้ตื่นเต้นอ่ะ
อย่าง งง มาก ๆ อ่ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่า
ระหว่างที่กำลังเดินกลับมาที่หอ ที่พระโขนงอ่ะนะ
ก้อเดินจากบีทีเอสมาเรื่อย ๆ ฟังวิทยุอยู่ ก็เลยไม่ค่อยได้ยินเสียงจากภายนอกเท่าไหร่
แล้วพอถึงตรงพระโขนง ที่มีของขายเยอะ ๆ อ่า
ก็รู้สึกว่ามีใครมาเรียก "น้อง ๆ" อยู่ข้างหลัง
ก็เลยหันไปดู
ก็พบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งใส่แว่นกันแดดอันใหญ่ ๆ นั่นล่ะ ที่เรียกเรา (ลักษณะท่าทาง การแต่งตัวก็โอเคนะ แต่ก็ไม่น่าไว้ใจอยู่ดี)
ด้วยความงง หน้าตาก็คงจะงง คิดในใจ "ใครหว่า ไม่รู้จัก เรียกทำไม"
ก็เลยมองเค้าด้วยหน้าตาเอ๋อเหรอ
แล้วพี่แกก็เริ่มบมสนทนาดังนี้
??? : น้องครับ ไม่ต้องกลัวครับ (อีตาบ้า ใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จัก กลัวดิเว้ย)
nay : (ก็ยังมองเฉย ๆ สายตาถามว่าเรียกทำไม)
??? : คือ... น้องน่ารักมากเลยพี่อยากรู้จักอ่ะครับ พี่ทำงานอยู่แกรมมี่น่ะ
??? : น้องเรียนที่ไหนครับ
nay : ธรรมศาสตร์...ค่ะ
??? : ปีไร
nay : ปี 3
??? : คณะไรครับ
nay : สังคมสงเคราะห์ (เอ่อ...เอาไงดีวะ จะมาไม้ไหนเนี่ย แล้วตูจาบอกมันทำไมล่ะ เออะ..เพิ่งจาคิดได้)
??? : คือบ้านพี่อยู่แถวเอกมัยน่ะ ....(พูดไรก็ไม่รู้จำไม่ได้) เออ..แล้วน้องอยู่แถวไหนอ่ะ มาทำอะไรแถวนี้
nay : ก้อ...ฝึกงาน
??? : แล้วน้องอายุเท่าไหร่แล้ว
nay : 20 (แล้วมัน เอ้ย เค้าก้อได้พูดขึ้นมาว่า 22) (แป่ว.. ตกลงชั้นหน้าแก่หรือคำนวณอายุผิดกันแน่ฟะ)
??? : แล้วน้องอยู่แถวไหนอ่ะ
nay : แถวนี้แหละ (จะทำไม)
??? : อยู่กับใครเหรอ
nay : ... (เอาไงดีวะ) เพื่อน
แล้วเราก้อเลยมองหน้าประมาณว่าจะเอาไง ปล่อยชั้นไปซะทีสิเฟ่ย
เค้าก็ประมาณถือโทรศัพท์เหมือนเตรียมกดเบอร์อ่ะ
??? : เนี่ยพี่เรียนโทอยู่ RBAC อายุ 25 แล้ว เป็นเพื่อนปั๊บด้วย ปั๊บ โปเตโต้น่ะ (เออ..รู้จัก แล้วไง) พี่เดินแบบด้วยน่ะ
อืม... พี่ถอดแว่นก็ได้ เป็นไง ถอดแว่นแล้วขี้เหร่มั๊ย (เออ ..จะขี้เหร่หรือหล่อ ก็ไม่อยากคุยเฟ่ย ไม่รู้จัก)
คือ...พี่อยากรู้จักน่ะ ขอเบอร์หน่อยสิ (สายตาเราคงประมาณ "ไม่" อย่างเดียวมั้ง) เป็นเพื่อนกันก็ได้ครับ
คุยกันเฉย ๆ
nay : อ่ะ.. เอ่อ.. คือ..(ติดอ่างไปแล้ว คิดคำพูดอยู่) (คิดไม่ออกเฟ่ย) ปกติก็ไม่เคยให้เบอร์คนไม่รู้จักอ่ะ
มองหน้าประมาณ "ไม่มีทาง" ปล่อยชั้นไปซะที จริง ๆ คงหน้าตาออกกลัว ๆ ด้วยมั้ง ก็กลัวจริง ๆ แหละ ไม่รู้จามาไม้ไหน
จะบอกว่าเอาไว้วันหลังก็ไม่ได้ มันคงไม่ได้เจอกันแล้วล่ะ เอาไงดี
nay : ไม่ดีกว่า เอ่อ.. (อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ หันซ้ายหันขวา)(ไม่รู้เหมือนกันว่า หน้าตาตอนนั้นอารมณ์ไหนกันแน่ คงทั้งดุทั้งกลัวมั้ง)
??? : งั้นไม่เปนไรครับ
nay : (เยส) รีบหันหลังใส่หูฟัง ไปดีกว่า เฮ้อ...
หิว ๆ อยู่ หายหิวเลย
แต่ก็ยังไม่วายหันกลับไปมอง ตามมารึเปล่าว้า..
เฮ้อ...ก็นับว่าโชคดีนะ ที่เป็นตอนกลางวัน และคนก็ค่อนข้างพลุกพล่าน
ถึงจะจริงหรือไม่จริงก็เหอะ แต่ใครจะไปเชื่อว้า คนไม่เคยรู้จักกันซะหน่อย
แล้วหน้าตากะสภาพอย่างงี้ จะหน้าตาดีถึงขนาดคนเดินถนนอยู่เข้ามาขอเบอร์ ก็เวอร์ไปล่ะ
เอาเป็นว่าก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้ก็กลายเป็นขำ ๆ ไปล่ะ
แต่ตอนนั้นนี่ สมองทำงานหนักยิ่งกว่าทำข้อสอบซะที
เฮ้อ...คลาดแคล้ว ๆ
ไม่มีไรหรอก ประมาณว่าอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง แต่ ณ บัด now โทรศัพท์ยังโทรไม่ได้อ่ะ May 17 รู้สึก...เซ็ง เศร้า เบื่อมากมาย
ชีวิตนี้ มันจะอะไรกันนักกันหนาเนี่ย
สเปซนี้เคยได้อัพอะไรดี ๆ กับเค้าบ้างรึเปล่า
แต่อย่างว่าอ่ะนะ เวลามีเรื่องดี ๆ ก็ไม่เคยจะมาอัพอยู่ดี
แล้วจะบ่นไปเพื่อ...
..ก็มันเซ็งนี่หว่า..
แต่จะไปโทษใครได้ ทำตัวเองทั้งนั้นแหละ
ใช่มั๊ยล่ะ
ใครใช้ให้ "หาเหาใส่หัว" ล่ะ
ทีนี้ แล้วก็ถึงเวลาที่จะ "เอาตัวไม่รอด" สิ
เบื่อมากมายกับคำว่า "ความรับผิดชอบ"
มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ
ถ้าไม่มีซะเลยบ้างจะได้มั๊ยล่ะ
หรือว่ามันก็ "ไม่มี" ซะเลย อยู่แล้วจริง ๆ
ไม่อยากจะบ่น ไม่อยากจะพูด
แต่ ณ จุดนี้ มันก็ไม่ไหวแล้วอ่ะ
ใครจะว่าอะไรก็เอาเหอะ
มัน "ดี" ได้แค่นี้แหละ
คนอย่าง "เน" อ่ะ
ในเมื่อมัน หยุดไม่ได้ ...ก็เดินต่อไปให้ไหวละกัน
ไม่มีใครช่วยอะไร...ได้หรอก
ป.ล. (ใครอยากจะด่าอะไร ก็ช่วยด่ามาเลยตรง ๆ ละกัน)
รับได้อยู่แล้ว พูดออกมาเหอะ
ขอ "ความจริง" ละกัน
โลกนี้ยังมีอยู่รึเปล่า?!?!?
May 08 เหงา..อย่างไม่มีเหตุผลเหอ ๆ ไม่ได้อัพมานานมากมาย
ก้อ..นะ อย่างที่ตั้งชื่อเรื่องน่ะแหละ
เหงา..อย่างไม่มีหตุผล
ทั้งที่ปกติ เวลาที่รู้สึกเหงา ๆ ว่าง ๆ พอมีงานทำก้อจะหายไปเอง
แต่ตอนนี้ งานก็มีให้ทำเยอะแยะมากมายจนทำไม่ทัน
แต่ก็ยังรู้สึกเหงาอยู่ดี มันอาจจะเป็นเพราะเหนื่อยด้วยมั้ง
แต่ความเหนื่อย..พอได้พัก มันก็หาย
แต่ความเหงา..นี่สิ ไม่ไม่ได้หายไปด้วยเลย
เอ..หรือว่ามันจะเป็นความรู้สึกอย่างอื่นที่เราก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรเหมือนกัน
แต่ก็เดาว่ามันคือ "ความเหงา" ไปก่อนละกัน
เคยคิดว่า จะไม่อัพสเปซแล้ว
แต่ก็ไม่รู้ทำไม มันอยากอัพขึ้นมาอีก
รู้แล้วล่ะว่าทำไมความรู้สึกระหว่างการเขียนไดอารี่กับเขียนสเปซมันต่างกัน
อาจเป็นเพราะการอัพสเปซ มันเหมือนมีคนที่รับฟังเราอยู่ละมั้ง
ทั้งที่ความเป็นจริง จะมีคนเข้ามาอ่านหรือไม่ก็ตาม
เจ้าความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้เนี่ย
แค่จะชวนใครซักคนไปเที่ยวกัน ยังไม่รู้จะชวนใครเลยอ่า
หรืออยากจะคุย หรือปรึกษาเรื่องบางอย่าง ก็รู้สึกว่าไม่มี
จริง ๆ แล้ว เราก็คุยกับเพื่อนสนิทเราได้อ่ะนะ แต่ด้วยความที่อยู่คนละที่
เค้าก็ได้แต่รับฟังเราได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถให้คำปรึกษาได้ เพราะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ กับเราเอง
แต่ยังไงก็ขอบใจ "เพื่อน" ที่อยู่กับเราเสมอมานะ
ทั้ง ๆ ที่ เราไม่ใช่คนที่มีความลับอะไรมากมาย
แต่เมื่อโตขึ้น มีเรื่องราวผ่านมาในชีวิตมากขึ้น
ก็ต้องมีเรื่องที่บางครั้งก็ไม่สามารถบอกใคร หรืออธิบายให้ใครเข้าใจได้
บางที ก็รู้สึกไม่รู้จะพูดไปให้เค้าต้องมาคิดหรือเครียดไปกับเราด้วยทำไม
หรือจะพูดไปแล้ว เค้าจะคิดว่ามาพูดให้เค้าฟังทำไม (รึเปล่า)
หรือจะพูดกับใครดี ที่เค้าจะฟังเราได้
อ่ะนะ ความคิดเริ่มสับสนวุ่นวายอีกแล้ว
บางที...ก็อยากมีคนอยู่ใกล้ ๆ ที่เข้าใจเรา
บางครั้ง...ก็ไม่อยากมีใครให้วุ่นวายใจ
บางที...ก็รู้สึกมีเพื่อนมากมาย
บางครั้ง...ก็รู้สึกว่าไม่มีใครสักคน
บางที...ก็สับสนในความคิดและความรู้สึกของตัวเอง
บางครั้ง...ก็แน่ใจในสิ่งที่เป็น
บางที...ก็ไม่แน่ใจในสิ่งที่ควรทำและอยากทำ
บางครั้ง...ก็อยากทำอะไรที่มันไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูกดูบ้าง
สุดท้าย...ก็เป็นแบบเดิม ๆ ที่เคยเป็น
ที่ไม่รู้ว่า
บางที...จะเปลี่ยนอะไรไปเพื่อใคร
หรือบางครั้ง...จะเปลี่ยนไปทำไมกัน
อยากมีคนที่ "เรารัก" และ "รักเรา"
จริง ๆ ซะที
แต่ความรัก มีส่วนประกอบ . . . ที่ดึงออกมาได้จากตัวสะกด
. . . ซึ่งก็คือ ร.เรือ กับ ก.ไก่ นั่นเอง . . . ร.เรือ คือ . . . รอคอย ส่วน ก.ไก่ คือ . . . กันและกัน ตอนนี้ทีทำได้ คือ
อย่าวิ่งตามความรัก พอถึงเวลามันก็มาหาเราเองแหละ
ป.ล. จากเหงา ๆ มาเป็นรัก ๆ ได้ไง
แป่ว!! งงเหมือนกัน
ป.ล. แต่ช่างเหอะ สรุปว่ามันคือความรู้สึกอะไรก็ไม่รู้
แล้วเราเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับ ความรัก แต่ประการใดนะ แค่เขียนแล้วมันเพลิน โยงไปได้ไงไม่รู้
ก็ความรู้สึกคนเรามันก็มีอยู่ไม่กี่อย่างเองนี่นา รัก โลภ โกรธ หลง เป็นเรื่องธรรมดาเนอะ April 01 ความรัก (อีกแล้ว)ความรักของเราจะเป็นแบบนี้จริงหรอ
ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวเราและคน ๆ นั้น
ที่อาจะมีหรือไม่มีตัวตนก็ได้
ก็หวังว่าจะเจอคน ๆ นั้น ในวันที่เหมาะสมเช่นกัน
เกิดวันพุธ ...
คนเกิดวันพุธ มักมีดวงเกี่ยวกับความรักในแบบที่ลึกซึ้ง ไม่รักเพียงหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น ด้วยธรรมชาติและพื้นดวงที่เป็นคนช่างคิดช่างตรอง รอบคอบกับทุกเรื่องราวเสมอ ดังนั้นกับในเรื่องรัก คุณจึงต้องมั่นใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามาแนบใจ เสน่ห์ที่โดดเด่นของคนวันพุธอยู่ที่ศิลปะ ในการพูดจาทำให้ใคร ๆ หลงเคลิ้มได้เสมอ และยังเป็นคนฉลาด มีไหวพริบดีอีกด้วย นั่นเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมเป็นพิเศษ แต่แม้ว่าจะมีใจชอบใคร คนวันพุธจะไม่เปิดเผยทุกอย่างแก่คนรัก เนื่องจากเป็นคนมีโลกส่วนตัว ชอบเก็บบางเรื่องราวไว้กับตัวเอง เหมือนกับที่เป็นคนชอบอิสระ และรักสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว คนเกิดวันพุธจริง ๆ แล้วมี 2 แบบคือแบบ ที่ควักเงินทุ่มให้คนรักแบบสุด ๆ กับอีกประเภทคือเหนียวสุด ๆ กับคนรัก คุณเป็นแบบไหนก็คงต้องตรวจสอบดูตัวเอง แต่ที่มีอยู่ในตัวคนวันพุธทั้ง 2 แบบ ก็คือมักจะงคนที่อ่อนวัยกว่า เพราะอยากที่จะดูแลคนรักของตนแบบแสนห่วงหวง และคุณก็มักชอบมีรักแบบที่ค่อย ๆ ใกล้ชิดติดใจกันไปทีละนิด คุณแพ้คนที่เข้าใจคุณถ่องแท้
ดวงของคุณจึงมีแนวโน้มที่จะพบรักที่ซาบซึ้งตรึงใจและมีความผูกพันกันมาก เพราะเป็นความรักที่มีพัฒนาการเต็มไปด้วยความเข้าใจในกันและกัน พยายามที่จะรู้จักตัวตนแท้ ๆ ของกันและกันนั่นเอง คนวันพุธโชคดีที่ได้คบกับคนคล้าย ๆ กัน รสนิยมไม่ต่างกันราวฟ้ากับดินนัก คุยกันรู้เรื่อง ถ้าใครที่ดูดีอย่างเดียว แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ทัศนคติต่างกันมาก ๆ คนวันพุธจะละความสนใจทันที หากเมื่อใดที่อกหัก คนวันพุธก็จะไม่ฟูมฟายมากนัก แม้จะปวดใจเพียงใด คนที่เป็นคู่รักของคนวันพุธได้ดี ต้องมีลักษณะของความเป็นเพื่อน เฮไปไหน ๆ ด้วยกันได้ ถ้าทำสวีทเป็นเจ้าของเกินไปมักอยู่กับคนวันพุธได้สั้นกว่าที่หวัง คนที่ต้องการ...
หนังสือเล่มหนึ่งเคยถามฉันว่า..
"คนที่เข้าใจในตัวคุณมากที่สุด คุณอยากให้เป็นประมาณไหน?"
ฉันคงตอบว่า...
"แค่รับความเลวของเราได้มากกว่าใคร
และพร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ก็เพียงพอแล้ว"
ทุกคนต่างมีความเลวด้วยกันทั้งนั้น
ฉันเองก็มีข้อเสียเยอะ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง
แต่มันจะดีสักแค่ไหน ถ้ามีใครสักคนที่ "รับความเลว" ของคุณได้
บางคนคาดหวังไว้ว่าคนที่จะคบ ต้องดีอย่างนู้นอย่างนี้
คงไม่มีใครคิดไว้เลยว่าจะต้องกินเหล้า เจ้าชู้ พูดจากวนประสาท
แต่พอเจอคนนั้นจริงๆ
คนที่คิดว่า "ใช่" กลับไม่ได้เป็นเหมือนที่วาดเอาไว้
เพราะ "ความรัก" มันกำหนดไม่ได้ว่าจะให้รักคนนี้ ไม่รักคนนั้น
ที่กำหนดได้มันคือ "ความชอบ" มากกว่า
** แต่ที่สำคัญ คือ
ถ้าเค้าสามารถรับความเลวของคุณได้ด้วยเหมือนกันล่ะ มันเจ๋งขนาดไหน
แล้วคนที่คุณกำลังคบอยู่ตอนนี้ล่ะ เป็นเหมือนที่คุณวาดไว้รึปล่าว
ถ้าเป็นคุณก้อควรบอกเค้านะว่าเค้าน่ะ เป็นญ/ชในฝันของคุณเลย
แต่ถ้าไม่ใช่...
คุณก้อควรบอกให้เค้ารู้ว่า..
ไม่ว่าเค้าจะดีหรือเลว
จะต่างจากที่คุณฝันไว้แค่ไหน
แต่คุณก็ยัง "รัก" เค้า
อันนี้ไม่ได้เขียนเอง แต่มันตรงดีกับความคิดเราดี
เป็นสิ่งที่คิดมาตลอด แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะเจอใครแบบนี้รึเปล่า
ก็แปลกดี ที่เขียนเรื่องความรัก ทั้งที่ไม่มีความรัก
อ่านะ
ป.ล. ลืมไปว่าถึงยังไง คนเราทุกคนก็ต่างมีความรักอยู่ในหัวใจกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็คงไม่สำคัญหรอกที่เราจะมีหรือไม่มีความรักในแบบที่คนทั่วไปเข้าใจอยู่ก็ตาม
March 23 ถอยห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิม
ถอยห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิมในความเป็นไปของชีวิต
คนหลายคนยอมที่จะอยู่เป็นโสด เพียงเพื่อจะได้ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงในกรอบของตัวเองอย่างที่ไม่มีใครมาทัดทานได้ เขาเหล่านั้นมักคิดว่า เมื่อความรักเริ่มต้น ชีวิตผจญภัยก็พังทลาย เมื่อรับใครอีกคนเข้ามาในชีวิต โลกส่วนตัวของพวกเขาก็จะล่มสลาย ความรักกลืนกินโลกใบเดิมของเราไปจริงหรือเปล่า? ความใกล้ชิดจะทำให้เราสูญเสียจุดยืนที่แท้จริงอย่างนั้นใช่ไหม? ![]() แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น... คนเราทุกคนมีโลกกลม ๆ คนละใบ กว้างบ้าง
วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คนสองคนมีโลกใบเดียวกัน
เหมือนความรัก.... โลกที่คนสองคนเกี่ยวคล้องกันไว้นั่นแหละ
อืม...เราก็คิดคล้ายแบบนี้นะ คนทุกคนย่อมมีโลกส่วนตัว แต่ก็คงมีบางส่วนในชีวิตที่คนสองคนจะยูเนี่ยนกันได้ ซึ่งแต่ละคู่ก็คงมีมากน้อยต่างกันไป
ยิ่งยูเนี่ยนกันได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอินเตอร์เซ็คกันได้มากเท่านั้น ก็คงทำให้เข้าใจกันมากขึ้น
แต่บางทีแค่เข้าใจและรักกันมันก็ไม่พอ การคบกับใครสักคนมันมากกว่านั้น ไม่ใช่แต่ความสัมพันธ์แบบคนรักเท่านั้นนะ
มันรวมไปถึงทุกคนที่รักและแคร์ เราคิดว่าการยอมรับความแตกต่างของอีกฝ่ายก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย
ถ้าใจเรายอมรับได้ซะอย่าง การกระทำมันก็แสดงออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจเอง
การเปลี่ยนแปลงใครมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และคงไม่ยั่งยืน
การปรับตัว ปรับใจ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า
สำหรับเราแล้ว ถ้ามีใจก็ทำได้ทุกอย่าง แต่ถ้าหมดใจ จะทำยังไงก็คงสูญเปล่า
ใจคนเรายากแท้ หยั่งถึง
ถ้าคนส่วนใหญ่คิดถึงใจคนอื่นก่อนจะทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง ก็คงดี
เราไม่ได้บอกว่าให้ทำตามใจคนอื่น จนลืมตัวตนของตัวเอง
แค่คิดว่าถ้าเราเป็นเค้า จะรับได้มั๊ย รู้สึกอย่างไร เท่านั้นก็พอ (มั๊ง)
เอ่อ... ว่าแต่ว่า พิมพ์มาตั้งนาน เพื่ออะไรเนี่ย งงตัวเองเหมือนกันแฮะ (แป่ว)
(แต่รักที่ผ่านพ้นไป ก็คงเป็นได้แค่ความทรงจำ จะก้าวหรือถอย ก็ไม่ได้แล้วล่ะ)
อยากทำอะไร ๆ ได้ดังใจคิด อยากพยายามให้ได้มากกว่านี้
แต่บางทีก็รู้สึกเหนื่อย ทั้งที่บางทีก็คิดว่าเราเหนื่อยง่ายเกินไปมั๊ย
เฮ้อ...ขัดแย้งในตัวเองอยู่ร่ำไป ที่สุดก็คิดว่า ถึงเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องพยายาม
ชีวิตเรายังต้องเจออะไรอีกเยอะ ถ้าเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ แล้วต่อไปจะทำยังไง
รู้สึกได้ ท้อได้ เหนื่อยได้ พักได้ แต่ต้องไปต่อให้ได้เหมือนกัน (พัก...แต่ต้องไม่แพ้ ไม่ต้องแข่งกับใคร แค่ใจตัวเอง ชนะให้ได้ก็แล้วกัน)
บางเรื่อง ก็ไม่ควรหาเรื่องมาใส่ตัวเลย แต่ตัดสินใจไปแล้ว คิดเอง ทำเอง ไม่มีใครบังคับ
ก็จำไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกัน
ไม่มีใครหวังดีกับเรา ที่สุดแล้วคนสุดท้ายที่อยู่กับเราเสมอก็คือ ครอบครัว
โดยเฉพาะ ที่ให้เรามาทั้งชีวิต แล้วชีวิตนี้ เราจะตอบแทนอะไรให้ท่านได้บ้าง...???
เป็นคำตอบที่มีอยู่ในใจ แต่ทำได้แค่ไหนไม่รู้
แต่ที่รู้ คือ ต่อให้ทำอะไร แค่ไหน ก็รู้สึกว่าไม่เพียงพอ
ป.ล. เอ่อ...ว่าแต่ ทำไมเวลาเขียนไดอารี่ ไม่เห็นเขียนได้แบบนี้เลย
เรื่องนี้ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
แล้วมันต่างกันยังไง อาจเป็นเพราะความถี่หรือเปล่า
รู้สึกว่าเขียนได เราพยายามจะเขียนให้ได้ทุกวัน
แต่เขียนสเปซ เวลาที่อยากปลดปล่อยความคิดและอารมณ์จริง ๆ
ทั้งที่บางทีก็ไม่มีเรื่องจะอัพ แต่พอได้อ่านบทความหรือข้อความบางอย่าง
ก็มีเรื่องให้เขียนได้อ่ะ
ใครคิดยังไง ช่วยบอกที
(ทุกเรื่องอ่ะนะ) March 17 ความคิดขึ้นชื่อเรื่องด้วยเรื่องนี้ เพราะ รู้สึกว่า บางที คนเราอยู่ในวังวนของความคิดมากเกินไปรึเปล่า
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ คิดมาก นั่นเอง แต่เราว่า บางทีมันก็ไม่ได้ คิดมาก เสมอไปหรอกนะ
เพราะความรู้สึกว่า คิดมาก ของเรา อาจจะยัง คิดน้อย เกินไปสำหรับคนอื่นก็ได้
คิด คิด คิด คิดกันไปมากมาย ไม่รู้จะคิดกันไปเพื่ออะไร
ความคิดมากมายในชีวิตคนเรา คงมีหลายครั้งที่หลายคนคงคิดเหมือนกัน
เคยคิดกันใช่มั๊ย ว่าคนเรา เกิดทำไม ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร
แต่พอมีหลายคน คิด ที่จะไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ต่อไป คนส่วนใหญ่ ก็มักจะ คิด ว่า คน ๆ นั้น สิ้นคิด
ทั้ง ๆ ที่เค้าก็มีสิทธิจะคิด
เฮ้อ ก็แล้วแต่คนเราจะคิดกันไปล่ะเนอะ แต่ละคนก็ย่อมมีเหตุผลในตัวเองล่ะนะ
ทำไมเราจะต้องมีความลับกันด้วยเนอะ
ทำไมต้องมีเรื่องที่บอกใครไม่ได้
ทำไมต้องคิดคนเดียวในใจ
ทำไม ทำไม และทำไม
มีแต่คำถาม แต่บางทีก็ไม่ต้องการคำตอบ
ไม่รู้จะอัพไรแล้ว ยิ่งอัพยิ่งงงเอง
ความคิด มันพาไป ถ้าไม่อยากให้ ความคิด พาไป ก็ต้อง คิด อย่างมีสติใช่มั๊ย
รู้แต่ทำยากเนอะ อ่านะ พอดีกว่า ฟุ้งซ่านใหญ่แล้ว March 05 Rain and Tearsสายฝนกับหยดน้ำตา
ชอบอ่ะ February 16 เวลาและการเปลี่ยนแปลงวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปก็ทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปด้วย
ก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตน่ะแหละ
อย่างตอนนี้ เราเองก็มีหลายสิ่งในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน
ซึ่งส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ (ถ้ามองในภาพรวม)
ทั้งกิจกรรม และหัวใจ (เรื่องอื่น ๆ อีก ฯลฯ)
มีคนส่งเมล 12 ปีนักษัตรกับความรักมาให้
อ่านแล้วคิดว่าก็โอเคอยู่นะ หลายอย่างถ้าเป็นอย่างที่เค้าทำนายก็ดีเหมือนกัน
เพื่อน ๆ ที่เกิดปีเดียวกันก็ลองอ่านดูนะ ไม่รู้ว่าจะตรงกับคนอื่นมั๊ย
ปีขาล (เสือ)
แม้เป็นเสือที่มีเขี้ยวเล็บแพรวพราว แต่ชาวปีขาลกลับมีความอ่อนไหวในเรื่องความรัก จึงไม่น่าแปลกที่แวดวงคนเกิดปีนี้จะอบอวลไปด้วยความรักอย่างมากมาย แต่กว่าจะหารักแท้หรือที่จะเป็นคู่ชีวิตก็ยากเต็มที เพราะความเป็นเสือซึ่งก็บอกยี่ห้ออยู่แล้วว่า ทั้งเขาและเธอ รับรองคุณภาพของความเจ้าชู้ได้ทุกคน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความร้อนแรงของวันเกิดและเดือดเกิดอีกที คนเกิดปีขาลเป็นคนที่เริ่มต้นใหม่กับความรักได้เสมอ เข้าทำนองอกหักดีกว่ารักไม่เป็น ลูกเล่นในเรื่องความรักความใคร่แพรวพราว คารมคมคายน่าหลงใหล คนเกิดปีนี้จึงทำให้คนรักได้ไม่ยากเย็น หนุ่มสาวปีขาลไม่ชอบหลอกตัวเอง เป็นคนใจแข็งปานเหล็ก เรียกว่าต่อให้รักขนาดไหน ถ้ามีสิ่งที่ไม่พอใจมากระทบความรู้สึก ประเภทที่รับไม่ได้ก็ตัดใจได้ทันทีเหมือนกัน ลักษณะเฉพาะตัวที่เด่นๆ ของเขาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความเป็นคนช่างสังเกต แม้ต่อหน้าเหมือนไม่ใส่ใจอะไรเลย แต่ถ้าเป็นคนที่ถูกใจใครจับจะตาคนๆ นั้น ประเภทไม่ให้พลาดเลยทีเดียว คนปีเสือมักจะมีเรื่องประหลาดเกี่ยวกับความรักเกิดขึ้นกับเขาอยู่เสมอ ถ้าเขาหลงรักใครก็จะหัวปักหัวปำประเภทเอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่แต่สำหรับความผิดหวังแล้วเป็นคนละเรื่อง เมื่ออกหักก็จะจากไป ไม่ให้ความทุกข์ตามไปด้วยเป็นอันขาด
ถึงจะเพิ่งผ่านวาเลนไทน์มาก็ไม่อยากอัพแต่เรื่องความรักแบบหนุ่มสาวหรอกนะ ถึงแม้ความรักแบบนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ก็คงไม่ใช่ทั้งหมดใช่มั๊ยล่ะ ไม่ว่ายังไงก็ขอให้ทุกคน "มีความสุขกับความรักมาก ๆ นะ แล้วอย่าลืมรักตัวเองด้วยล่ะ"
อยากที่บอกตั้งแต่แรก ตอนนี้ชีวิตมีความเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่ถ้าปัจจุบัน ณ เวลานี้ คงไม่พ้นเรื่องงาน สอบ และชุมนุม ที่เล่นเอาเหนื่อยสุด ๆ เลยเหมือนกัน ไม่เคยไม่ได้นอนเกือบทั้งอาทิตย์แบบนี้มาก่อนเลย แต่ยังไงก็ต้อง fight ๆ fight กันต่อไปล่ะนะ เป็นกำลังใจให้ตัวเองและทุกคนด้วย
เป็นเรื่องที่ควรทำรึเปล่า
เพราะบางทีก็ไม่รู้ว่าควรหรือไม่ควรเล่าเรื่องไหนดี
ทั้งที่เราก็ไม่ค่อยมีความลับอะไรหรอก ใครถามอะไรก็เล่าได้ (เฉพาะเรื่องของตัวเองอ่ะนะ)
แต่ถ้าไม่มีใครถามก็ไม่รู้จะเล่าไปทำไมใช่มั๊ยล่ะ
ที่เขียนก่อนหน้านี้คงเพราะอยากระบายมากกว่า
แต่ตอนนี้ก็มีไดอารี่เป็นของตัวเองแล้ว แม้บางวันอาจจะไม่ได้เขียนบ้างก็เหอะ
ก็คงไม่ค่อยได้มาอัพสเปซบ่อยเหมือนเดิมแล้วล่ะ
ป.ล. ดีใจที่สุดที่มีครอบครัวและเพื่อนแบบนี้ January 16 บทเรียนของเมื่อวานถึงปีใหม่จะผ่านมา จนเลยวันเด็กไปแล้ว
แต่เราก็รู้สึกว่ายังไม่ได้ทำอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตเลย
สิ่งที่คิดว่าจะทำ ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่า
แต่เราก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุดใช่มั๊ยล่ะ
ก็พยายามทำอะไรที่ไม่อยากทำนี่มันทรมานจังเลยเนอะ
แต่ก็เอาเถอะ เพื่อสิ่งที่ดีกว่า บางครั้งเราก็ต้องทนฝืนใจให้ได้ใช่มั๊ย
แนนบอกว่า แล้วเราจะต้องผ่านช่วงนี้ไปได้
ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้เรานะ
มีคนบอกว่าคนที่จริงใจและรักเราจริง ๆ
จะเห็นกันก็ตอนที่เรามีความทุกข์ใช่มั๊ย
พอมานึก ๆ ดูแล้ว ช่วงที่เราแย่ ๆ แต่ละครั้ง
คน ๆ นั้นก็อยู่กับเราเสมอเลย
ดีใจที่มีแก
Good friends are hard to find, harder to leave, and impossible to forget.
เลือกที่ฝึกงานแล้ว ที่มูลนิธิดวงประทีปล่ะ อยู่แถว ๆ คลองเตย
เมื่อวานพอไปดูงานเสร็จก็เลยไปหาหอมา
ไม่คิดเลยว่าการหาหอพักมันจะยากขนาดนี้
เหนื่อยมาก ๆ แต่ก็โชคดีที่ยังหาได้
แม้จะต้องขึ้นรถเมล์อีก 2 ต่อ แต่ก็ไม่ไกลเท่าไหร่นัก
ปิดเทอมนี้จะเป็นยังไงนะ กับการฝึกงานที่นี่
กลับมาถึงคิดว่าจะหลับเป็นตาย ที่ไหนได้
ไม่ยักกะหลับแฮะ แล้วก็ต้องนอนดึกอีกเหมือนเคย
ตอนเช้าเลยตื่นมาแบบไม่อยากไปเรียน
รอรถ คนก็เยอะมากมาย มัวแต่โอ้เอ้ กินข้าว ไม่ยอมขึ้นรถ
มาสายจะได้ไม่ต้องเข้าเรียน แล้วก็ไม่ต้องเรียนจริง ๆ
เพราะอาจารย์ล็อคห้องเลย ก็เลยมีข้ออ้างไม่ต้องเข้าเรียนเลย
มันควรจะดีใจ หรือเสียใจเนี่ย
อยากทำงาน part time จังเลย
จะได้มีตังค์ใช้กะเค้ามั่ง
ช่วงนี้ทำไมใช้ตังค์เปลืองจังเลย ทั้ง ๆ ที่ของก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากมาย
อ้อ...ที่แท้ก็ซิ้อแต่ของกินนี่เอง ถึงได้อ้วนกลม ๆ ยังงี้ไงเล่า
แถมยังไม่ได้ออกกำลังกายอีก สงสัยปีหมูนี้ได้เป็นหมูจริง ๆ แน่เลย
แต่ถึงจะรู้งี้ ก็ยังไม่หยุดกินอยู่ดี เหอ ๆ
ก็คนมันจะกินนี่เนอะ
นึกเรื่องเขียนไม่ออกแล้วล่ะ บ่นอะไรไร้สาระไปเรื่อย
เดี๋ยวจะมีคนจิตไม่ว่าง (บางคนที่ไม่ใช่เพื่อนเราแน่ ๆ)
มาเม้นอะไรไร้สาระอีก จะพารกหูรกตา รกสเปซเปล่า ๆเนอะ
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เราเข้าใจ
ก็อุตส่าห์เรียนสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ฝ่ายจิตมาทั้งทีนี่นา
เรื่องแค่นี้ เข้าใจดี
(แต่จริง ๆ แล้วก็อยากเข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ ทุกเรื่องน่ะแหละ) December 29 up อีกแล้วช่วงนี้รู้สึกจะอัพบ่อยเหลือเกิน ก็นะ...วันนี้มันไม่มีอะไรทำนี่นา
สอบเสร็จแล้วก็เลยมานั่งเล่นเนท ตอนแรกก็ว่าจะไม่อัพหรอก
แต่แบบว่า...ว่างจัดอ่ะนะ
December 28 จาปีใหม่แย้ว...ก็ใกล้จะปีใหม่แล้วสินะ แต่เด็ก มธ.เราก็ยังต้องมีสอบช่วงนี้เช่นทุกปี
อย่าพูดเรื่องที่มันเศร้า ๆ ดีกว่า ปีใหม่แล้ว เราก็ต้องทำตัวให้สดใสเข้าไว้สิ จริงมั๊ย?
|
|
|