INaYZeR's profile~INaYZeR~BlogLists Tools Help

Blog


    March 10

    อัพ (ซะทีเหอะ)

     
     
    โฮ่ๆๆ  ในที่สุดก็ได้เวลาอัพสเปซซะทีเนอะ
    โอ๊ะโอ๋!  ว่าแต่ว่า  ตอนสอบเนี่ยนะ
    เอาน่าๆ ถือซะว่าคลายเครียดละกัน (หรือว่าจะทำให้เครียดหนักกว่าเดิม เพราะอ่านหนังสือไม่ทันกันแน่เนี่ย
     
    อืม..แป๊บนะ  ขอนึกหน่อยละกันว่าจะอัพเรื่องอะไรดี  (ถ้าอยากให้อัพเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ส่ง sms มาได้ที่ 086-.........)
    อิอิ  คิดต่อเอาเองละกัน  รู้สึกว่าตัวเองเป็นอะไรมากเปล่าวะเนี่ย  พิมพ์มาตั้ง 5 บรรทัด ยังไม่ได้ประเด็นอะไรเลย แป่ว!!
     
    เอาเรื่องวิกฤติสุดก่อนเลยละกัน 
    สอบ LA น่ะซี (นี่ขนาดเครียดนะเนี่ย ยังมีกะใจมาเล่นเนท)
    คิดว่าหลายคนที่เรียนก็คงจะเป็นเหมือนกัน 
    ง่า... แต่เราอ่ะ เข้านับครั้งได้  จะ F มั๊ยละวา 
    ทว่า  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  ก็ก้มหน้ารับชะตากรรมตัวเองละกัน แต่ก็แอบภาวนานะ  D dog ก็ยังดี
    ขี้เกียจลงใหม่ แถมเกิดมายังไม่ได้เคยได้  แล้วก็ไม่อยากลองด้วยง่า
     
    ช่วงนี้สับสนนิดหน่อยกับการวางแผนชีวิต จะจบตอนไหนดีหว่า (plan นี้ไม่เกี่ยวกับเผื่อว่าติด F นะ)
    3 ปีครึ่ง ,   4 ปี    หรือ  4 ปี ซัมเมอร์ดี
    อันที่จริงก็ตัดสินใจไปแล้วล่ะ  แต่ตอนนี้ก็ยังพอมีเวลาให้คิดได้อีก  มันก็เลยคิดกันไปเรื่อย
    แถมเศษรฐกิจตอนนี้ก็ไม่ค่อยดี  ตังค์ก็ไม่มีใช้  แต่ก็อยากไปเที่ยว อ่านะ...ให้มันได้ยังงี้สิ 
     
    แต่ว่า...โดยรวมๆ แล้ว  ตอนนี้ชีวิตก็มีความสุขดีนะ ถ้าไม่รวมเรื่องตังค์กับเกรดที่คาดว่าจะได้รับ
    ชิลๆ สบายๆ
    เรื่องเรียนก็เรื่อยๆ กิจกรรมน้อยลง (พักบ้าง) แต่เดี๋ยวก็คงมีให้ทำได้เรื่อยๆ เหมือนกัน งานก็ดูเหมือนว่าจะมีให้ทำ ถ้าขยันพอนะ
    แล้วก็ ความรัก...(อิอิ)  ก็ดีๆ มีความสุข
     
    PE จบคอร์สแล้ว ผ่านไปด้วยดี เทอมนี้ รู้สึกว่าได้ความรู้จากการเรียนดีนะ  แม้จะโดดๆ ตามปกตินิสัย
    เอาวิชาโน้น มาผสมวิชานี้  บวกเพื่อนและงาน กิจกรรมที่ทำ ได้อะไรมากมายจริงๆ
    มีคนบอกว่าเราโตขึ้น ซึ่งเราก็คิดว่าเป็นอย่างนั้น โดยเฉพาะระบบความคิด และความรัก
    อีกไม่นานก็ต้องไปผจญภัยในโลกภายนอกจริงๆ แล้ว  แล้วเราก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ
     
    ครูเอ๋บอกว่าเราเขียนหนังสือดี  รวมทั้งมีอีกหลายคนก็บอกอย่างนั้น  (คงจะขาดก็เรื่องรายละเอียดเนี่ยแหละ  ที่แก้ไม่หายสักที)
    ทั้งที่เราเองรู้สึกว่า ไม่เคยชอบงานเขียนเล้ย เพราะคิดว่ามันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ (ไม่รู้สินะ  รู้สึกเอาเองว่าอ่านแล้วมันยังไม่ค่อยน่าติดตามอ่ะ)
    ทำให้เราอยากลองเขียนงานขึ้นมาดูซะบ้าง  แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเป็นแนวไหน
    แต่คิดไว้ว่า  จะลองเขียนขึ้นมาดูหละ 
    และคงจะเป็นสเปซนี่แหละ ที่จะเอามาโพสท์ไว้  ให้คนผ่านไปผ่านมา ทั้งตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
    มองๆ ผ่านๆ ไม่ต้องอ่านอย่างตั้งใจก็ยังดี ถือว่าแชร์ความคิดก็แล้วกัน
     
     
    แต่ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่อ่ะนะ  ว่างานนี้จะรอดรึเปล่า?
    หมายถึง เมื่อไหร่จะได้เขียน และเมื่อไหร่จะเสร็จล่ะ
     
    อ่ะนะ  มันต้องมีซักวันละเนอะ
     
    บาย บาย 
    get A กันทุกคน
    December 26

    โดด โดด โดด

    เหอ ๆ โดดเรียนอีกแล้ว
    เดี๋ยวนี้เริ่มโดดเรียนเป็นชีวิตจิตใจแล้วสิ
    นิสัยเสีย แย่จริง ๆ  เลย  (แต่ทำมั๊ย  ก็ยังทำอยู่  555)
    โดดเรียนมานั่งอัพสเปซ  ดูช่างอารมณ์ดี  สดใสร่าเริงเสียจริง ๆ  เชียว
     
    ก็นะ  ไม่ได้อัพสเปซมานานมากจนมีคนถามถึง  (ใครหว่า??  ไม่เห็นจะมี  แป่ว!!)
    เลยโดดเรียนมาอัพซะหน่อย  (อิอิ)
    ก็ไม่รู้จะอัพอะไรน่ะนะ  ก็เลยอัพเรื่องโดดเรียนนี่เลยละกัน
    ก็เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้าโดดเป็นกิจวัตรไปซะแล้ว  วันหนึ่งเข้าเรียนวิชาเดียว  (นี่ก็หรูแล้วนะ)  อิอิ
    เอาน่า  เดี๋ยวพอใกล้สอบ  ก็ใกล้ตายเองน่ะแหละ  สมน้ำหน้ามัน  555
     
    อ่ะนะ  พักเรื่องเรียน  มาเรื่องชุมนุมฯ  มั่งดีกว่า
    คริสต์มาสนี้  เราก็ได้ไปร้องเพลงกับเค้าด้วยน้า  หลังจากไม่ได้ร้องมา 2 ปีแล้ว  ที่ต้องร้องก็เพราะคนไม่พอน่ะซี
    ปกติที่แย่อยู่แล้ว  แต่คราวนี้  แช่ (แย่) มาก เหตุเพราะจำโน้ตโซ 2 ไม่ได้ เลยกระโดดไปร้องโซ 1 ซะ
    แล้วไง สมน้ำหน้ารอบ 2 ก็เหนื่อยน่ะเซ่  ถึงบ้างไม่ถึงบ้าง ตามเรื่องไป
    แต่ก็ยังมีคนมาดูมาชมบ้างล่ะนะ  (ดีใจ)  อิอิ  มีผู้สนใจมาติดต่อชุมนุมฯ เราหลายรายด้วยกัน  (ขายได้เหมือนกันนะเนี่ย)
    นอกจากร้องเพลงก็กิน ๆๆ  ยังกะเป็นมหกรรมการกินยังไงยังงั้น  ร้องเสร็จ  พักปุ๊บ  กินปั๊บ  สมกับเป็น TU Chorus จริง ๆ
    กิน  แต่งหน้า  ถ่ายรูป  และร้องเพี้ยน  ตึง!!
     
    และแล้วก็ใกล้จะหมดวาระแล้วล่ะซี  บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะรู้สึกไงดี
    แต่ก็จะตั้งใจทำหน้าที่ที่เหลือให้ดีที่สุดละกัน  (ตั้งใจกว่าเรียนอีกนะเนี่ย)
    ถึงจะเป็นประธานชุมนุมฯ  ที่ร้องเพลงไม่เป็นก็เถอะ
    อันที่จริง  เทอมสองนี้  ก็ตั้งใจจะร้องเพลงอ่ะนะ  อยากขึ้น CKT อยู่เหมือนกัน
    แต่ไม่มีเวลาไปซ้อมนี่นา (แต่มีเวลาโดดเรียนแฮะ  แป่ว!!)  ทำไงได้
    ก็เป็นแม่บ้านชุมนุมฯ  ก็ได้เนอะ  บ่ยั่นอยู่แล้ว
     
    เพื่อน chorus 48 มาชุมนุมฯกันบ้างสิ อย่าปล่อยเราอยู่กับณุ  กับเดียร์ อย่างเดียว  (เค้ากลัวนะ 555 (ล้อเล่นนะ)) 
    จะปีใหม่แล้ว  ยังไงก็ Merry X'mas  ย้อนหลัง  แล้วก็  Happy New Year ล่วงหน้านะ  มีความสุขทุก ๆ คนนะคะ
     
    สรุปว่า  ชีวิตช่วงนี้ดูลัลล้าจังเลย  ชิลไปรึเปล่าเนี่ย
    อ่ะนะ  ตั้งใจ ๆ  ขอชิลจนถึงสิ้นปีนะ  เหลือแค่ไม่กี่วันเอง
    ปีใหม่นี้จะตั้งใจเป็นเด็กดีนะ
     
    รักแม่นะคะ
    October 15

    นอย

    ช่วงเวลาของการนอยอีกแล้ว  ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงวิกฤติปั่นงานอยู่ดี
    แถมยังรู้สึกว่าวิกฤตกว่าเดิมอีก  เพราะรู้สึกว่าคงจะอ่านหนังสือไม่ทันแน่ ๆ  เลย
    พ่วงด้วยเรื่องชุมนุมอีก  จะวุ่นวายกันอีกนานมั๊ย  จนกลายเป็นความวุ่นวายที่ปกติของชุมนุมแล้วล่ะ
     
    แต่ที่น่าเบื่อกว่างานและสอบและชุมนุม  ก็คือ  คน
    มนุษย์ที่จำเป็นต้องพบเจอ  แม้ว่าไม่อยากจะเจอก็ตาม
    จากความเซ็ง  กลายเป็นเบื่อ  กลายเป็นไม่ชอบ  ไม่ชอบมาก  ไม่ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ
     
    และเริ่มจะ  "เกลียด"  ในที่สุด
     
    ตั้งแต่โตมาจำความได้  เราว่าเรายังไม่เคยถึงขั้น  "เกลียด"  ใครจริง ๆ  เลยสักที
    เพราะทุกครั้ง  เดี๋ยวมันก็จะผ่านพ้นไป  และครั้งนี้  ตอนแรกก็หวังจะเป็นเช่นนั้น
    แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มไม่ใช่แล้วล่ะ  เพราะถ้าจบความจำเป็นที่จะต้องพบเจอกันครั้งนี้
    ก็ภาวนาว่าอย่าเจอกันครั้งต่อไปอีกเลย  ก็ไม่เคยคิดจริง ๆ  ว่าจะมีคนที่เรา  "เกลียด"  ได้จริง ๆ
    เพราะถ้าเกลียดใคร  เราก็จะคิดว่าคนคนนั้นไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้อีกแล้ว
    ซึ่งก็มีแค่คนเดียวที่อยู่ในสารบบที่เป็นแบบนั้น  แต่เราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้เกลียดเค้า
    แต่ที่ตัดออกจากสารบบเราก็เพียงเพราะว่าไม่อยากมีเรื่องวุ่นวายตามมมาเท่านั้นเอง
    จนวันนี้นี่แหละ
       ที่กำลังจะมีคนที่ทั้งเกลียด  และกำลังจะอยู่นอกสารบบของเราในอีกไม่นาน
     
    อันที่จริง  ก็ไม่อยากเป็นคนแบบนี้  ไม่ได้อยากรู้สึกไม่ดีกับใคร  เพราะถ้าเราเป็นแบบนี้
    คนที่รู้สึกไม่ดีก็คือเรา  ไม่ใช่เค้า  ก็เข้าใจนะแต่ก็ทำไม่ได้
     
    เอาน่า
    แล้วมันก็จะผ่านไป  (ด้วยดี)  ด้วยใจของเรา
     
    ง่า! จบไม่ลงอ่ะ  ไม่รู้จะจบยังไง
    มันยังรู้สึกค้างคาอยู่ในใจอยู่เลย
     
    แต่ก็คิดไม่ออก  ไม่รู้จะต่อยังไงดี
     
    สุดท้ายก็  จบเหอะ
    September 11

    งาน งาน งาน

     
    ช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาของการปั่นงานก่อนสอบได้เวียนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
     
    หลังจากที่เอ้อระเหยลอยชายกันมาอยู่นาน  น่าแปลกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาก็เหมือนจะไม่ได้อยู่ว่างเลย
     
    แล้วทำไมงานที่อาจารย์สั่งมันไม่ได้คืบหน้าไปเลยล่ะเนี่ย แป่ว!  แล้วไอ่ที่ว่าไม่ว่างเนี่ย มัวทำอะไรอยู่ละเรา
     
    อ่านะ แต่ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าก็ปั่นต่อไปละกัน
     
     
     
    ส่วนเรื่องความรัก  อ๊ะ  จะหาว่าไม่เขียนไม่ได้เชียว  ก็ความรักมันเป็นส่วนหนึ่งชีวิตนี่นา
     
    แต่ตอนนี้  แหะ ๆ  ไม่มี  แล้วจะเขียนไปทำไมหว่า  ก็อยากบ่นบ้างนี่
     
    แต่จะว่าไป  ชีวิตโสดนี่ก็มีความสุขดีนี่นา  ลัลล้าได้ตลอด
     
    อ่านะ  อยากอัพต่อ  แต่หมดเวลาแล้ว  เดี๋ยวค่อยอัพต่อนะ 
    August 22

    เพียงแค่คิด ชีวิตก็เปลี่ยนได้

     
    จริง ๆ แล้ว "ชีวิต" เป็นเรื่องปกติและไม่ยุ่งยากหรอก
     
    แต่ไอ้ที่มันยังยุ่ง วุ่น และทุกข์แบบเดิม ๆ ซ้ำแบบเดิม ๆ อยู่นั้น
    เป็นเพราะมัวสาละวนกับความคิดเดิม ๆ
     
    คิดแบบน้ำเน่า เอาตัวเองวิ่งเข้าไปหาความทุกข์
    คิดผิด ยึดติดและกอดปัญหานั้นไว้ตลอดเวลาต่างหาก
     
    วิลเลี่ยม เจมส์ กล่าวไว้ว่า
     
    "มนุษย์สามารถเปลี่ยนชีวิตของเขาได้ โดยการ
    เปลี่ยนแปลงทัศนคติความคิดเดิม ๆ ของเขา"
     
    เพียงแค่คิด ชีวิตก็เปลี่ยนแปลงได้
     
    เมื่อเราคิดอย่างไร เลือกสิ่งใด ...เราก็จะได้สิ่งนั้นมา เพราะความ
    คิดของเรา คำพูดของเราก่อตัวเป็นจิตใต้สำนึกให้เราเป็นไปตามที่
    จิตสั่ง (โดยไม่รู้ตัว)
     
    เมื่ออยากเปลี่ยนชีวิต ต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ หรือเรียก
    อีกอย่างว่า "พลิกจิต...คิดมุมใหม่"
     
    เพียงแค่พลิกวิธีคิดใหม่เท่านั้น อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปได้ !
     
    อยู่ที่ว่าจะนำมันเปลี่ยนแปลงไปทางไหนเท่านั้น ขึ้นอยู่กับ
    ตัวเรา และทัศนคติเท่านั้นจริง ๆ
    August 15

    ยิ้ม

    ขอบคุณมากสำหรับทุกคำแนะนำ และความห่วงใย
    ทำให้เรารู้ว่าเรายังมีคนให้เราได้คิดถึงอยู่มากมาย
     
    ทำให้เรารู้สึกว่า ลองหยุดคิดเรื่องราวมากมายลง
    แล้วยิ้มให้กับตัวเองบ้าง
    อะไร ๆ ก็คงจะดูดีขึ้นเยอะเลย
    แค่ "ยิ้ม" นิดเดียวนี่ล่ะ
     
    ตื่นเช้ามา ได้ "ยิ้ม" ให้ตัวเองวันละครั้ง ก็ยังดี
    ชีวิตเราคงสดใสขึ้นเยอะเลยแหละ
     
    คิดได้ แต่ทำได้แค่ไหนไม่รู้
    แต่ก็ดีกว่าไม่คิดเลยล่ะเนอะ
     
    จริง ๆ แล้วมีเรื่องอยากเล่ามากมาย
    แต่มันเป็นเรื่องยิบย่อย และคงจะเยอะเกินไปที่จะเขียนในนี้
     
    เก็บไว้ใความทรงจำละกันนะ
     
    Take Care ทุกคนนะ
    July 20

    เรื่องง่าย ๆ ที่ทำไม่ได้

    ตอนนี้ค่อนข้างสับสน ก่งก๊ง กับชีวิตตัวเองมากมาย
    ก้อไม่เคยเป็นขนาดนี้มาก่อนอ่ะ
    แต่ก่อนนี้ ถ้าต้องตัดสินใจอะไร ก็ทำได้ง่าย ๆ แล้วก็สามารถทำตามที่คิดได้ด้วย
    แต่ตอนนี้ ทำไมมันปวดหัวมากมาย
    บางครั้งคิดว่าตัดสินใจแล้ว ก็ยังเก็บเอาเรื่องนั้นมาคิดใหม่ได้อีก
    คิดจนจะเป็นร้อยรอบแล้วมั๊ง แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้สักที
     
    มันเหมือนอยู่ใน "หลุม" อะไรซักอย่าง
     
    และแล้วก็มาคิดได้ซะที ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น
    มันก็เพราะว่าเราจัดลำดับความสำคัญของมันไม่ได้นั่นเอง
     
    แต่ถึงตอนนี้จะรู้สาเหตุ ที่มาแห่งปัญหาความวุ่นวายใจนั้นแล้ว
    แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้อยู่ดี
     
    เราก็ยังไม่สามารถหาลำดับความสำคัญของมันได้
    อยากทำทุกอย่าง ถ้าสำคัญก็สำคัญไปหมด ถ้าไม่สำคัญ มันก็ไม่สำคัญเหมือนกัน
     
    กลายเป็นคนหลายใจ ไร้ระเบียบในชีวิตมากมายขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่
     
    มีคนถามเราว่า "พยายามทำให้ตัวเองไม่ว่างอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า"
    มันก็ไม่ใช่ เพราะเราเองก็อยากว่างไปนู่นไปนี่บ้างเหมือนกัน
    แต่สิ่งที่ทำตอนนี้มันก็ไม่ใช่ไม่มีความสุขนี่นา มันก็ได้อะไรกลับมาที่เราจะไม่ได้ถ้าไม่ได้ทำมัน
    เพราะตอนนี้ ถึงแม้จะเหมือนว่ายุ่งมากมาย แต่ที่จริงมันชิลมาก ๆ
    มากซะจนไม่รู้ว่า จะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง
     
    รู้สึกเหมือนว่าเส้นแบ่งของความ"ยุ่ง" กับความ "ว่าง" มันห่างกันแค่นิดเดียวเอง
     
    ความรู้สึกมันชิลมาก ถ้าจะไม่ได้ทำอะไรเลย แต่มันกลับมีสถานการณ์ หรือ เหตุจำเป็นบางอย่างที่จะต้องทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน
     
    ทั้งที่ก็รู้ว่าการทำหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ผลสุดท้ายมันก็จะไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง
     
    ระหว่างที่เรากำลังนั่งพิมพ์อยู่นี้ ก็ทำให้เราคิดขึ้นมาได้ว่า
    มันอาจจะเป็นช่วงที่เรากำลังค้นหา "ความเป็นตัวเอง" "ความชอบ" "ความฝัน" ที่แท้จริงอยู่หรือเปล่า
    เราแค่กำลังต้องการหาว่าอะไรคือสิ่งที่ "ใช่" และ "ต้องการ" ในชีวิต
    ก็เลยอยากจะทำมันซะทุกอย่าง
     
    อืม คงจะเป็นอย่างนั้นนั่นเอง
     
     
    ...ป.ล...
    หรือว่าใครคิดว่ายังไง เรายังมองไม่เห็นอะไร ตรงไหน
    ก็ช่วยมาบอกทีนะ
     
    เพื่อจะได้ "ตาสว่าง" ขึ้นมาบ้าง
     
    ...ป.ล...(อีก)
    ตอนนี้รู้สึก "ชิล" อีกแล้ว
    จนคนรอบตัวเค้าบอกว่า เราคงจะ "ชิล" เกินไปแล้วล่ะ
     
    อิอิ ชิล ๆๆ
     
    June 23

    อยากอัพ..แต่ขี้เกียจ

     
    ไม่รู้จะเริ่มยังไง แต่ก็อยากจาอัพ ช่วงนี้คิดอะไรไม่ค่อยออก มึน ๆ ตื้อ ๆ ซะงั้น
     
    พอละ
    May 26

    คิดถึง...

     
    คิดถึง
         ...ใครบางคนที่ทำให้ใจหวั่นไหว
     
    คิดถึง
         ...ใครอีกหลายคนที่เฝ้าห่วงหา
     
    คิดถึง
         ...ใครคนนั้นที่รอเธอมา
     
    คิดถึง
         ...ใครคนที่ว่า แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอ
     
     
    May 24

    คนแปลกหน้า

     
    อ่านะ อยู่ ๆ ก็มีเรื่องมาให้ตื่นเต้นอ่ะ
    อย่าง งง มาก ๆ อ่ะ
    เรื่องมันมีอยู่ว่า
    ระหว่างที่กำลังเดินกลับมาที่หอ ที่พระโขนงอ่ะนะ
    ก้อเดินจากบีทีเอสมาเรื่อย ๆ ฟังวิทยุอยู่ ก็เลยไม่ค่อยได้ยินเสียงจากภายนอกเท่าไหร่
    แล้วพอถึงตรงพระโขนง ที่มีของขายเยอะ ๆ อ่า
    ก็รู้สึกว่ามีใครมาเรียก "น้อง ๆ" อยู่ข้างหลัง
    ก็เลยหันไปดู
     
    ก็พบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งใส่แว่นกันแดดอันใหญ่ ๆ นั่นล่ะ ที่เรียกเรา (ลักษณะท่าทาง การแต่งตัวก็โอเคนะ แต่ก็ไม่น่าไว้ใจอยู่ดี)
    ด้วยความงง หน้าตาก็คงจะงง คิดในใจ "ใครหว่า ไม่รู้จัก เรียกทำไม"
    ก็เลยมองเค้าด้วยหน้าตาเอ๋อเหรอ
    แล้วพี่แกก็เริ่มบมสนทนาดังนี้
    ??? : น้องครับ ไม่ต้องกลัวครับ (อีตาบ้า ใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จัก กลัวดิเว้ย)
    nay : (ก็ยังมองเฉย ๆ สายตาถามว่าเรียกทำไม)
    ??? : คือ... น้องน่ารักมากเลยพี่อยากรู้จักอ่ะครับ พี่ทำงานอยู่แกรมมี่น่ะ
    ??? : น้องเรียนที่ไหนครับ
    nay : ธรรมศาสตร์...ค่ะ
    ??? : ปีไร
    nay : ปี 3
    ??? : คณะไรครับ
    nay : สังคมสงเคราะห์ (เอ่อ...เอาไงดีวะ จะมาไม้ไหนเนี่ย แล้วตูจาบอกมันทำไมล่ะ เออะ..เพิ่งจาคิดได้)
    ??? : คือบ้านพี่อยู่แถวเอกมัยน่ะ ....(พูดไรก็ไม่รู้จำไม่ได้) เออ..แล้วน้องอยู่แถวไหนอ่ะ มาทำอะไรแถวนี้
    nay : ก้อ...ฝึกงาน
    ??? : แล้วน้องอายุเท่าไหร่แล้ว
    nay : 20 (แล้วมัน เอ้ย เค้าก้อได้พูดขึ้นมาว่า 22) (แป่ว.. ตกลงชั้นหน้าแก่หรือคำนวณอายุผิดกันแน่ฟะ)
    ??? : แล้วน้องอยู่แถวไหนอ่ะ
    nay : แถวนี้แหละ (จะทำไม)
    ??? : อยู่กับใครเหรอ
    nay : ... (เอาไงดีวะ) เพื่อน
     
    แล้วเราก้อเลยมองหน้าประมาณว่าจะเอาไง ปล่อยชั้นไปซะทีสิเฟ่ย
    เค้าก็ประมาณถือโทรศัพท์เหมือนเตรียมกดเบอร์อ่ะ
     
    ??? : เนี่ยพี่เรียนโทอยู่ RBAC อายุ 25 แล้ว เป็นเพื่อนปั๊บด้วย ปั๊บ โปเตโต้น่ะ (เออ..รู้จัก  แล้วไง) พี่เดินแบบด้วยน่ะ
            อืม... พี่ถอดแว่นก็ได้ เป็นไง ถอดแว่นแล้วขี้เหร่มั๊ย (เออ ..จะขี้เหร่หรือหล่อ ก็ไม่อยากคุยเฟ่ย ไม่รู้จัก)
            คือ...พี่อยากรู้จักน่ะ ขอเบอร์หน่อยสิ (สายตาเราคงประมาณ "ไม่" อย่างเดียวมั้ง) เป็นเพื่อนกันก็ได้ครับ
            คุยกันเฉย ๆ
    nay : อ่ะ.. เอ่อ.. คือ..(ติดอ่างไปแล้ว คิดคำพูดอยู่) (คิดไม่ออกเฟ่ย) ปกติก็ไม่เคยให้เบอร์คนไม่รู้จักอ่ะ
     
    มองหน้าประมาณ "ไม่มีทาง" ปล่อยชั้นไปซะที จริง ๆ คงหน้าตาออกกลัว ๆ ด้วยมั้ง ก็กลัวจริง ๆ แหละ ไม่รู้จามาไม้ไหน
    จะบอกว่าเอาไว้วันหลังก็ไม่ได้ มันคงไม่ได้เจอกันแล้วล่ะ เอาไงดี
     
    nay : ไม่ดีกว่า เอ่อ.. (อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ หันซ้ายหันขวา)(ไม่รู้เหมือนกันว่า หน้าตาตอนนั้นอารมณ์ไหนกันแน่ คงทั้งดุทั้งกลัวมั้ง)
    ??? : งั้นไม่เปนไรครับ
     
    nay : (เยส) รีบหันหลังใส่หูฟัง ไปดีกว่า เฮ้อ...
            หิว ๆ อยู่ หายหิวเลย
     
    แต่ก็ยังไม่วายหันกลับไปมอง ตามมารึเปล่าว้า..
     
    เฮ้อ...ก็นับว่าโชคดีนะ ที่เป็นตอนกลางวัน และคนก็ค่อนข้างพลุกพล่าน
    ถึงจะจริงหรือไม่จริงก็เหอะ แต่ใครจะไปเชื่อว้า คนไม่เคยรู้จักกันซะหน่อย
    แล้วหน้าตากะสภาพอย่างงี้ จะหน้าตาดีถึงขนาดคนเดินถนนอยู่เข้ามาขอเบอร์ ก็เวอร์ไปล่ะ
     
    เอาเป็นว่าก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้ก็กลายเป็นขำ ๆ ไปล่ะ
    แต่ตอนนั้นนี่ สมองทำงานหนักยิ่งกว่าทำข้อสอบซะที
    เฮ้อ...คลาดแคล้ว ๆ
     
    ไม่มีไรหรอก ประมาณว่าอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง แต่ ณ บัด now โทรศัพท์ยังโทรไม่ได้อ่ะ
    May 17

    รู้สึก...

    เซ็ง เศร้า เบื่อมากมาย
    ชีวิตนี้ มันจะอะไรกันนักกันหนาเนี่ย
    สเปซนี้เคยได้อัพอะไรดี ๆ กับเค้าบ้างรึเปล่า
    แต่อย่างว่าอ่ะนะ เวลามีเรื่องดี ๆ ก็ไม่เคยจะมาอัพอยู่ดี
    แล้วจะบ่นไปเพื่อ...
     
    ..ก็มันเซ็งนี่หว่า..
    แต่จะไปโทษใครได้ ทำตัวเองทั้งนั้นแหละ
    ใช่มั๊ยล่ะ
    ใครใช้ให้ "หาเหาใส่หัว" ล่ะ
     ทีนี้ แล้วก็ถึงเวลาที่จะ "เอาตัวไม่รอด" สิ
     
    เบื่อมากมายกับคำว่า "ความรับผิดชอบ"
    มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ
    ถ้าไม่มีซะเลยบ้างจะได้มั๊ยล่ะ
     
    หรือว่ามันก็ "ไม่มี" ซะเลย อยู่แล้วจริง ๆ
     
    ไม่อยากจะบ่น ไม่อยากจะพูด
     แต่ ณ จุดนี้ มันก็ไม่ไหวแล้วอ่ะ
    ใครจะว่าอะไรก็เอาเหอะ
     
    มัน "ดี" ได้แค่นี้แหละ
    คนอย่าง "เน" อ่ะ
     
     
    ในเมื่อมัน หยุดไม่ได้  ...ก็เดินต่อไปให้ไหวละกัน
    ไม่มีใครช่วยอะไร...ได้หรอก
     
    ป.ล. (ใครอยากจะด่าอะไร ก็ช่วยด่ามาเลยตรง ๆ ละกัน)
    รับได้อยู่แล้ว พูดออกมาเหอะ
    ขอ "ความจริง" ละกัน
    โลกนี้ยังมีอยู่รึเปล่า?!?!?
     
     
    May 08

    เหงา..อย่างไม่มีเหตุผล

     
    เหอ ๆ ไม่ได้อัพมานานมากมาย
    ก้อ..นะ อย่างที่ตั้งชื่อเรื่องน่ะแหละ
    เหงา..อย่างไม่มีหตุผล
    ทั้งที่ปกติ เวลาที่รู้สึกเหงา ๆ ว่าง ๆ พอมีงานทำก้อจะหายไปเอง
    แต่ตอนนี้ งานก็มีให้ทำเยอะแยะมากมายจนทำไม่ทัน
    แต่ก็ยังรู้สึกเหงาอยู่ดี มันอาจจะเป็นเพราะเหนื่อยด้วยมั้ง
    แต่ความเหนื่อย..พอได้พัก มันก็หาย
    แต่ความเหงา..นี่สิ ไม่ไม่ได้หายไปด้วยเลย
    เอ..หรือว่ามันจะเป็นความรู้สึกอย่างอื่นที่เราก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรเหมือนกัน
    แต่ก็เดาว่ามันคือ "ความเหงา" ไปก่อนละกัน
     
    เคยคิดว่า จะไม่อัพสเปซแล้ว
    แต่ก็ไม่รู้ทำไม มันอยากอัพขึ้นมาอีก
    รู้แล้วล่ะว่าทำไมความรู้สึกระหว่างการเขียนไดอารี่กับเขียนสเปซมันต่างกัน
    อาจเป็นเพราะการอัพสเปซ มันเหมือนมีคนที่รับฟังเราอยู่ละมั้ง
    ทั้งที่ความเป็นจริง จะมีคนเข้ามาอ่านหรือไม่ก็ตาม
     
    เจ้าความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้เนี่ย
    แค่จะชวนใครซักคนไปเที่ยวกัน ยังไม่รู้จะชวนใครเลยอ่า
    หรืออยากจะคุย หรือปรึกษาเรื่องบางอย่าง ก็รู้สึกว่าไม่มี
    จริง ๆ แล้ว เราก็คุยกับเพื่อนสนิทเราได้อ่ะนะ แต่ด้วยความที่อยู่คนละที่
    เค้าก็ได้แต่รับฟังเราได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถให้คำปรึกษาได้ เพราะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ กับเราเอง
    แต่ยังไงก็ขอบใจ "เพื่อน" ที่อยู่กับเราเสมอมานะ
     
    ทั้ง ๆ ที่ เราไม่ใช่คนที่มีความลับอะไรมากมาย
    แต่เมื่อโตขึ้น มีเรื่องราวผ่านมาในชีวิตมากขึ้น
    ก็ต้องมีเรื่องที่บางครั้งก็ไม่สามารถบอกใคร หรืออธิบายให้ใครเข้าใจได้
    บางที ก็รู้สึกไม่รู้จะพูดไปให้เค้าต้องมาคิดหรือเครียดไปกับเราด้วยทำไม
    หรือจะพูดไปแล้ว เค้าจะคิดว่ามาพูดให้เค้าฟังทำไม (รึเปล่า)
    หรือจะพูดกับใครดี ที่เค้าจะฟังเราได้
    อ่ะนะ ความคิดเริ่มสับสนวุ่นวายอีกแล้ว
     
    บางที...ก็อยากมีคนอยู่ใกล้ ๆ ที่เข้าใจเรา
    บางครั้ง...ก็ไม่อยากมีใครให้วุ่นวายใจ
    บางที...ก็รู้สึกมีเพื่อนมากมาย
    บางครั้ง...ก็รู้สึกว่าไม่มีใครสักคน
    บางที...ก็สับสนในความคิดและความรู้สึกของตัวเอง
    บางครั้ง...ก็แน่ใจในสิ่งที่เป็น
    บางที...ก็ไม่แน่ใจในสิ่งที่ควรทำและอยากทำ
    บางครั้ง...ก็อยากทำอะไรที่มันไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูกดูบ้าง
    สุดท้าย...ก็เป็นแบบเดิม ๆ ที่เคยเป็น
    ที่ไม่รู้ว่า
    บางที...จะเปลี่ยนอะไรไปเพื่อใคร
    หรือบางครั้ง...จะเปลี่ยนไปทำไมกัน
     
    อยากมีคนที่ "เรารัก" และ "รักเรา"
    จริง ๆ ซะที
     แต่ความรัก มีส่วนประกอบ . . . ที่ดึงออกมาได้จากตัวสะกด
    . . . ซึ่งก็คือ ร.เรือ กับ ก.ไก่ นั่นเอง . . .
    ร.เรือ คือ . . . รอคอย
    ส่วน ก.ไก่ คือ . . . กันและกัน
     
    ตอนนี้ทีทำได้ คือ
    อย่าวิ่งตามความรัก พอถึงเวลามันก็มาหาเราเองแหละ
     
    ป.ล. จากเหงา ๆ มาเป็นรัก ๆ ได้ไง
           แป่ว!! งงเหมือนกัน
     
    ป.ล. แต่ช่างเหอะ สรุปว่ามันคือความรู้สึกอะไรก็ไม่รู้
     
          แล้วเราเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับ ความรัก แต่ประการใดนะ แค่เขียนแล้วมันเพลิน โยงไปได้ไงไม่รู้
          
          ก็ความรู้สึกคนเรามันก็มีอยู่ไม่กี่อย่างเองนี่นา รัก โลภ โกรธ หลง เป็นเรื่องธรรมดาเนอะ
    April 01

    ความรัก (อีกแล้ว)

    ความรักของเราจะเป็นแบบนี้จริงหรอ
    ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวเราและคน ๆ นั้น
    ที่อาจะมีหรือไม่มีตัวตนก็ได้
    ก็หวังว่าจะเจอคน ๆ นั้น ในวันที่เหมาะสมเช่นกัน
     
     
    เกิดวันพุธ ...

    คนเกิดวันพุธ มักมีดวงเกี่ยวกับความรักในแบบที่ลึกซึ้ง
    ไม่รักเพียงหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น
    ด้วยธรรมชาติและพื้นดวงที่เป็นคนช่างคิดช่างตรอง
    รอบคอบกับทุกเรื่องราวเสมอ
    ดังนั้นกับในเรื่องรัก
    คุณจึงต้องมั่นใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามาแนบใจ
     
    เสน่ห์ที่โดดเด่นของคนวันพุธอยู่ที่ศิลปะ ในการพูดจาทำให้ใคร ๆ หลงเคลิ้มได้เสมอ และยังเป็นคนฉลาด มีไหวพริบดีอีกด้วย
    นั่นเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมเป็นพิเศษ
     
    แต่แม้ว่าจะมีใจชอบใคร
    คนวันพุธจะไม่เปิดเผยทุกอย่างแก่คนรัก เนื่องจากเป็นคนมีโลกส่วนตัว
    ชอบเก็บบางเรื่องราวไว้กับตัวเอง เหมือนกับที่เป็นคนชอบอิสระ
    และรักสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว
     
    คนเกิดวันพุธจริง ๆ แล้วมี 2 แบบคือแบบ ที่ควักเงินทุ่มให้คนรักแบบสุด ๆ
    กับอีกประเภทคือเหนียวสุด ๆ กับคนรัก
    คุณเป็นแบบไหนก็คงต้องตรวจสอบดูตัวเอง
    แต่ที่มีอยู่ในตัวคนวันพุธทั้ง 2 แบบ ก็คือมักจะงคนที่อ่อนวัยกว่า
    เพราะอยากที่จะดูแลคนรักของตนแบบแสนห่วงหวง และคุณก็มักชอบมีรักแบบที่ค่อย ๆ ใกล้ชิดติดใจกันไปทีละนิด
    คุณแพ้คนที่เข้าใจคุณถ่องแท้
    ดวงของคุณจึงมีแนวโน้มที่จะพบรักที่ซาบซึ้งตรึงใจและมีความผูกพันกันมาก เพราะเป็นความรักที่มีพัฒนาการเต็มไปด้วยความเข้าใจในกันและกัน
    พยายามที่จะรู้จักตัวตนแท้ ๆ ของกันและกันนั่นเอง
     
    คนวันพุธโชคดีที่ได้คบกับคนคล้าย ๆ กัน รสนิยมไม่ต่างกันราวฟ้ากับดินนัก คุยกันรู้เรื่อง
    ถ้าใครที่ดูดีอย่างเดียว แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง
    ทัศนคติต่างกันมาก ๆ คนวันพุธจะละความสนใจทันที หากเมื่อใดที่อกหัก
    คนวันพุธก็จะไม่ฟูมฟายมากนัก แม้จะปวดใจเพียงใด คนที่เป็นคู่รักของคนวันพุธได้ดี
    ต้องมีลักษณะของความเป็นเพื่อน เฮไปไหน ๆ ด้วยกันได้
    ถ้าทำสวีทเป็นเจ้าของเกินไปมักอยู่กับคนวันพุธได้สั้นกว่าที่หวัง 

     
    คนที่ต้องการ...
     
     
     หนังสือเล่มหนึ่งเคยถามฉันว่า..
     "คนที่เข้าใจในตัวคุณมากที่สุด คุณอยากให้เป็นประมาณไหน?"
     
     ฉันคงตอบว่า...
     "แค่รับความเลวของเราได้มากกว่าใคร
     และพร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ก็เพียงพอแล้ว"
      
    ทุกคนต่างมีความเลวด้วยกันทั้งนั้น
    ฉันเองก็มีข้อเสียเยอะ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง
     
    แต่มันจะดีสักแค่ไหน ถ้ามีใครสักคนที่ "รับความเลว" ของคุณได้
     
    บางคนคาดหวังไว้ว่าคนที่จะคบ ต้องดีอย่างนู้นอย่างนี้
    คงไม่มีใครคิดไว้เลยว่าจะต้องกินเหล้า เจ้าชู้ พูดจากวนประสาท
     
    แต่พอเจอคนนั้นจริงๆ
    คนที่คิดว่า "ใช่" กลับไม่ได้เป็นเหมือนที่วาดเอาไว้
     
    เพราะ "ความรัก" มันกำหนดไม่ได้ว่าจะให้รักคนนี้ ไม่รักคนนั้น
     
    ที่กำหนดได้มันคือ "ความชอบ" มากกว่า
     
    ** แต่ที่สำคัญ คือ
    ถ้าเค้าสามารถรับความเลวของคุณได้ด้วยเหมือนกันล่ะ มันเจ๋งขนาดไหน
     
      
    แล้วคนที่คุณกำลังคบอยู่ตอนนี้ล่ะ เป็นเหมือนที่คุณวาดไว้รึปล่าว
      
    ถ้าเป็นคุณก้อควรบอกเค้านะว่าเค้าน่ะ เป็นญ/ชในฝันของคุณเลย
      
    แต่ถ้าไม่ใช่...
    คุณก้อควรบอกให้เค้ารู้ว่า..
    ไม่ว่าเค้าจะดีหรือเลว
    จะต่างจากที่คุณฝันไว้แค่ไหน
    แต่คุณก็ยัง "รัก" เค้า
     
     
    อันนี้ไม่ได้เขียนเอง แต่มันตรงดีกับความคิดเราดี
    เป็นสิ่งที่คิดมาตลอด แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะเจอใครแบบนี้รึเปล่า
     
    ก็แปลกดี ที่เขียนเรื่องความรัก ทั้งที่ไม่มีความรัก
    อ่านะ

     

    ป.ล. ลืมไปว่าถึงยังไง คนเราทุกคนก็ต่างมีความรักอยู่ในหัวใจกันอยู่แล้ว

    เพราะฉะนั้นก็คงไม่สำคัญหรอกที่เราจะมีหรือไม่มีความรักในแบบที่คนทั่วไปเข้าใจอยู่ก็ตาม


    March 23

    ถอยห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิม

     
     ถอยห่างหนึ่งก้าว รักเราเท่าเดิม
     
    ในความเป็นไปของชีวิต
    คนหลายคนยอมที่จะอยู่เป็นโสด
    เพียงเพื่อจะได้ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงในกรอบของตัวเองอย่างที่ไม่มีใครมาทัดทานได้
    เขาเหล่านั้นมักคิดว่า เมื่อความรักเริ่มต้น ชีวิตผจญภัยก็พังทลาย
    เมื่อรับใครอีกคนเข้ามาในชีวิต โลกส่วนตัวของพวกเขาก็จะล่มสลาย
    ความรักกลืนกินโลกใบเดิมของเราไปจริงหรือเปล่า?
    ความใกล้ชิดจะทำให้เราสูญเสียจุดยืนที่แท้จริงอย่างนั้นใช่ไหม?

     
     

    แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น... คนเราทุกคนมีโลกกลม ๆ คนละใบ กว้างบ้าง
    เล็กบ้างตามความพอใจ ในโลกกลม ๆ ใบนั้นเราต่างบรรจุวิถีชีวิต ความรัก ความคิด ความเป็นตัวเองไว้อย่างเต็มเปี่ยม และเมื่อความรักปรากฏตัว โลกกลม ๆ
    ของคนอีกคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
    แต่ใช่ว่าเราจะต้องกระโดดออกจากโลกของเราไปอยู่ในโลกของเขาเสียเมื่อไหร่
    แล้วไม่มีความจำเป็นใดที่เขาจะต้องกระโดดออกจากโลกของเขามาอยู่ในโลกของเราด้วย

    วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คนสองคนมีโลกใบเดียวกัน
    โดยไม่ละทิ้งโลกส่วนตัวใบเดิมก็คือ "การยูเนี่ยน" (UNION)โลกสองใบเข้าไว้ด้วยกัน มันเป็นวิธีง่าย ๆ
    ตามหลักคณิตศาสตร์ที่เราเคยเรียนรู้กัน เมื่อวงกลมสองวงคล้องเกี่ยวกันไว้
    ส่วนที่อยู่ในเนื้อที่ของกันและกันนั้น เราเรียกว่า"อินเตอร์เซ็คชั่น" (INTERSECTION) ซึ่งข้อดีของมันก็คือ
    ช่วยให้วงกลมสองวงที่ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
    ได้แชร์ชีวิตร่วมกัน และมีโลกใบเดียวกัน ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ
    ที่ไม่ได้ถูกอินเตอร์เซคชั่นนั้น ก็ยังมีชีวิตของมันต่อไป
    และมันก็ยังเป็นโลกใบเดิมที่บรรจุความเป็นตัวของตัวเองไว้อย่างครบถ้วน

    เหมือนความรัก.... โลกที่คนสองคนเกี่ยวคล้องกันไว้นั่นแหละ
    คือโลกที่ความรักสร้างขึ้น คือโลกที่คนสองคนจะโอบกอดกันได้ทุกเวลา
    และแชร์ทุกอย่างร่วมกัน ตั้งแต่กินข้าวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน ฟังเพลงด้วยกัน ห่มผ้าผืนเดียวกัน.. มันเป็นโลกที่แสนอบอุ่นสำหรับคนเหงา แต่ถ้ารู้สึกว่า
    อยากกลับไปเยี่ยมเยือนโลกใบเดิมของตัวเองสักหน่อย
    ก็แค่กระโดดออกจากส่วนที่อินเตอร์เซคชั่นไว้
    ห่างออกมาสักหนึ่งก้าว...วิถีชีวิตอิสระของนักผจญภัยก็จะเดินหน้า
    ในขณะที่โลกสองใบก็ไม่ได้แยกจากกันไปไหน
    เพราะมันเกี่ยวคล้องกันไว้อย่างแน่นหนา

    เพราะฉะนั้นฉันจึงเชื่อว่าความรักกลืนกินโลกของใครไม่ได้หรอก
    นอกเสียจากว่าคนสองคนเต็มใจที่จะเคลื่อนวงกลมเข้าใกล้กันเองจนซ้อนกันมากขึ้น ๆ และกลายเป็นวงกลมเดียวกันในที่สุดที่ใช้ชีวิตในวงกลมเดียวกันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกว่าความรักจะลดน้อยลงไปได้เลย........



    ที่มา Forward Mail
    ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

     

     

    อืม...เราก็คิดคล้ายแบบนี้นะ คนทุกคนย่อมมีโลกส่วนตัว

    แต่ก็คงมีบางส่วนในชีวิตที่คนสองคนจะยูเนี่ยนกันได้ ซึ่งแต่ละคู่ก็คงมีมากน้อยต่างกันไป
    ยิ่งยูเนี่ยนกันได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอินเตอร์เซ็คกันได้มากเท่านั้น ก็คงทำให้เข้าใจกันมากขึ้น
    แต่บางทีแค่เข้าใจและรักกันมันก็ไม่พอ การคบกับใครสักคนมันมากกว่านั้น ไม่ใช่แต่ความสัมพันธ์แบบคนรักเท่านั้นนะ
    มันรวมไปถึงทุกคนที่รักและแคร์ เราคิดว่าการยอมรับความแตกต่างของอีกฝ่ายก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย
    ถ้าใจเรายอมรับได้ซะอย่าง การกระทำมันก็แสดงออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจเอง
    การเปลี่ยนแปลงใครมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และคงไม่ยั่งยืน
    การปรับตัว ปรับใจ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า
    สำหรับเราแล้ว ถ้ามีใจก็ทำได้ทุกอย่าง แต่ถ้าหมดใจ จะทำยังไงก็คงสูญเปล่า
    ใจคนเรายากแท้ หยั่งถึง
    ถ้าคนส่วนใหญ่คิดถึงใจคนอื่นก่อนจะทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง ก็คงดี
    เราไม่ได้บอกว่าให้ทำตามใจคนอื่น จนลืมตัวตนของตัวเอง
    แค่คิดว่าถ้าเราเป็นเค้า จะรับได้มั๊ย รู้สึกอย่างไร เท่านั้นก็พอ (มั๊ง)
    เอ่อ... ว่าแต่ว่า พิมพ์มาตั้งนาน เพื่ออะไรเนี่ย งงตัวเองเหมือนกันแฮะ (แป่ว)
    (แต่รักที่ผ่านพ้นไป ก็คงเป็นได้แค่ความทรงจำ จะก้าวหรือถอย ก็ไม่ได้แล้วล่ะ)
     
     
    อยากทำอะไร ๆ ได้ดังใจคิด อยากพยายามให้ได้มากกว่านี้
    แต่บางทีก็รู้สึกเหนื่อย ทั้งที่บางทีก็คิดว่าเราเหนื่อยง่ายเกินไปมั๊ย
    เฮ้อ...ขัดแย้งในตัวเองอยู่ร่ำไป ที่สุดก็คิดว่า ถึงเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องพยายาม
    ชีวิตเรายังต้องเจออะไรอีกเยอะ ถ้าเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ แล้วต่อไปจะทำยังไง
    รู้สึกได้ ท้อได้ เหนื่อยได้ พักได้ แต่ต้องไปต่อให้ได้เหมือนกัน (พัก...แต่ต้องไม่แพ้ ไม่ต้องแข่งกับใคร แค่ใจตัวเอง ชนะให้ได้ก็แล้วกัน)
    บางเรื่อง ก็ไม่ควรหาเรื่องมาใส่ตัวเลย แต่ตัดสินใจไปแล้ว คิดเอง ทำเอง ไม่มีใครบังคับ
    ก็จำไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกัน
    ไม่มีใครหวังดีกับเรา ที่สุดแล้วคนสุดท้ายที่อยู่กับเราเสมอก็คือ ครอบครัว
    โดยเฉพาะ ที่ให้เรามาทั้งชีวิต แล้วชีวิตนี้ เราจะตอบแทนอะไรให้ท่านได้บ้าง...???
    เป็นคำตอบที่มีอยู่ในใจ แต่ทำได้แค่ไหนไม่รู้
    แต่ที่รู้ คือ ต่อให้ทำอะไร แค่ไหน ก็รู้สึกว่าไม่เพียงพอ
     
     
    ป.ล. เอ่อ...ว่าแต่ ทำไมเวลาเขียนไดอารี่ ไม่เห็นเขียนได้แบบนี้เลย
    เรื่องนี้ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
    แล้วมันต่างกันยังไง อาจเป็นเพราะความถี่หรือเปล่า
    รู้สึกว่าเขียนได เราพยายามจะเขียนให้ได้ทุกวัน
    แต่เขียนสเปซ เวลาที่อยากปลดปล่อยความคิดและอารมณ์จริง ๆ
    ทั้งที่บางทีก็ไม่มีเรื่องจะอัพ แต่พอได้อ่านบทความหรือข้อความบางอย่าง
    ก็มีเรื่องให้เขียนได้อ่ะ
     
    ใครคิดยังไง ช่วยบอกที
    (ทุกเรื่องอ่ะนะ)
    March 17

    ความคิด

    ขึ้นชื่อเรื่องด้วยเรื่องนี้ เพราะ รู้สึกว่า บางที คนเราอยู่ในวังวนของความคิดมากเกินไปรึเปล่า
    หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ คิดมาก นั่นเอง แต่เราว่า บางทีมันก็ไม่ได้ คิดมาก เสมอไปหรอกนะ
    เพราะความรู้สึกว่า คิดมาก ของเรา อาจจะยัง คิดน้อย เกินไปสำหรับคนอื่นก็ได้
     
    คิด คิด คิด คิดกันไปมากมาย ไม่รู้จะคิดกันไปเพื่ออะไร
    ความคิดมากมายในชีวิตคนเรา คงมีหลายครั้งที่หลายคนคงคิดเหมือนกัน
     
    เคยคิดกันใช่มั๊ย ว่าคนเรา เกิดทำไม ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร
    แต่พอมีหลายคน คิด ที่จะไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ต่อไป คนส่วนใหญ่ ก็มักจะ คิด ว่า คน ๆ นั้น สิ้นคิด
    ทั้ง ๆ ที่เค้าก็มีสิทธิจะคิด
     
    เฮ้อ ก็แล้วแต่คนเราจะคิดกันไปล่ะเนอะ แต่ละคนก็ย่อมมีเหตุผลในตัวเองล่ะนะ
     
    ทำไมเราจะต้องมีความลับกันด้วยเนอะ
    ทำไมต้องมีเรื่องที่บอกใครไม่ได้
    ทำไมต้องคิดคนเดียวในใจ
    ทำไม ทำไม และทำไม
     
    มีแต่คำถาม แต่บางทีก็ไม่ต้องการคำตอบ
     
    ไม่รู้จะอัพไรแล้ว ยิ่งอัพยิ่งงงเอง
     
    ความคิด มันพาไป ถ้าไม่อยากให้ ความคิด พาไป ก็ต้อง คิด อย่างมีสติใช่มั๊ย
    รู้แต่ทำยากเนอะ อ่านะ พอดีกว่า ฟุ้งซ่านใหญ่แล้ว
    March 05

    Rain and Tears

    สายฝนกับหยดน้ำตา
    คงสภาพความรู้สึกที่คล้ายกัน
    สายฝนมักมากับท้องฟ้าที่ดำทมึนและแสนเศร้า

    น้ำตามักมากับความเหงาถึงใครซักคนที่ไม่ยอมจางหายไปจากใจ
    เวลาน้ำตามันจะพาลไหล..สายฝนอาจช่วยปกปิดรอยคราบน้ำตาได้

    ทั้งสองสิ่งจึงเป็นเสมือนสิ่งเตือนใจให้เรารู้ว่า ชีวิตเราคงต้องมีหลายๆครั้งที่ต้อง

    เผชิญกับสายฝนและหยาดน้ำตา

    และทั้งสองเช่นกันก็เป็นสิ่งที่จะปลอบเราว่า ฟ้าหลังฝนย่อมมีสายรุ้งอันสดใส
    หลังคราบน้ำตาก็ต้องมีสิ่งที่ดีกว่ารอคอยเราอยู่ข้างหน้า.......

    :-( :-)

     

    ชอบอ่ะ

    February 16

    เวลาและการเปลี่ยนแปลง

    วันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปก็ทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปด้วย
    ก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตน่ะแหละ
    อย่างตอนนี้ เราเองก็มีหลายสิ่งในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน
    ซึ่งส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ (ถ้ามองในภาพรวม)
    ทั้งกิจกรรม และหัวใจ (เรื่องอื่น ๆ อีก ฯลฯ)
    มีคนส่งเมล 12 ปีนักษัตรกับความรักมาให้
    อ่านแล้วคิดว่าก็โอเคอยู่นะ หลายอย่างถ้าเป็นอย่างที่เค้าทำนายก็ดีเหมือนกัน
    เพื่อน ๆ ที่เกิดปีเดียวกันก็ลองอ่านดูนะ ไม่รู้ว่าจะตรงกับคนอื่นมั๊ย
     
     
    ปีขาล (เสือ)

         แม้เป็นเสือที่มีเขี้ยวเล็บแพรวพราว แต่ชาวปีขาลกลับมีความอ่อนไหวในเรื่องความรัก จึงไม่น่าแปลกที่แวดวงคนเกิดปีนี้จะอบอวลไปด้วยความรักอย่างมากมาย แต่กว่าจะหารักแท้หรือที่จะเป็นคู่ชีวิตก็ยากเต็มที เพราะความเป็นเสือซึ่งก็บอกยี่ห้ออยู่แล้วว่า ทั้งเขาและเธอ รับรองคุณภาพของความเจ้าชู้ได้ทุกคน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความร้อนแรงของวันเกิดและเดือดเกิดอีกที คนเกิดปีขาลเป็นคนที่เริ่มต้นใหม่กับความรักได้เสมอ เข้าทำนองอกหักดีกว่ารักไม่เป็น ลูกเล่นในเรื่องความรักความใคร่แพรวพราว คารมคมคายน่าหลงใหล คนเกิดปีนี้จึงทำให้คนรักได้ไม่ยากเย็น หนุ่มสาวปีขาลไม่ชอบหลอกตัวเอง เป็นคนใจแข็งปานเหล็ก เรียกว่าต่อให้รักขนาดไหน ถ้ามีสิ่งที่ไม่พอใจมากระทบความรู้สึก ประเภทที่รับไม่ได้ก็ตัดใจได้ทันทีเหมือนกัน ลักษณะเฉพาะตัวที่เด่นๆ ของเขาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความเป็นคนช่างสังเกต แม้ต่อหน้าเหมือนไม่ใส่ใจอะไรเลย แต่ถ้าเป็นคนที่ถูกใจใครจับจะตาคนๆ นั้น ประเภทไม่ให้พลาดเลยทีเดียว คนปีเสือมักจะมีเรื่องประหลาดเกี่ยวกับความรักเกิดขึ้นกับเขาอยู่เสมอ ถ้าเขาหลงรักใครก็จะหัวปักหัวปำประเภทเอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่แต่สำหรับความผิดหวังแล้วเป็นคนละเรื่อง เมื่ออกหักก็จะจากไป ไม่ให้ความทุกข์ตามไปด้วยเป็นอันขาด

     

     

    ถึงจะเพิ่งผ่านวาเลนไทน์มาก็ไม่อยากอัพแต่เรื่องความรักแบบหนุ่มสาวหรอกนะ

    ถึงแม้ความรักแบบนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

    แต่ก็คงไม่ใช่ทั้งหมดใช่มั๊ยล่ะ

    ไม่ว่ายังไงก็ขอให้ทุกคน

    "มีความสุขกับความรักมาก ๆ นะ แล้วอย่าลืมรักตัวเองด้วยล่ะ"

     

     

    อยากที่บอกตั้งแต่แรก ตอนนี้ชีวิตมีความเปลี่ยนแปลงมากมาย

    แต่ถ้าปัจจุบัน ณ เวลานี้ คงไม่พ้นเรื่องงาน สอบ และชุมนุม

    ที่เล่นเอาเหนื่อยสุด ๆ เลยเหมือนกัน

    ไม่เคยไม่ได้นอนเกือบทั้งอาทิตย์แบบนี้มาก่อนเลย

    แต่ยังไงก็ต้อง fight ๆ fight กันต่อไปล่ะนะ

    เป็นกำลังใจให้ตัวเองและทุกคนด้วย

     


    ป.ล. ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการมาเขียนสเปซแบบนี้

    เป็นเรื่องที่ควรทำรึเปล่า

    เพราะบางทีก็ไม่รู้ว่าควรหรือไม่ควรเล่าเรื่องไหนดี

    ทั้งที่เราก็ไม่ค่อยมีความลับอะไรหรอก ใครถามอะไรก็เล่าได้ (เฉพาะเรื่องของตัวเองอ่ะนะ)

    แต่ถ้าไม่มีใครถามก็ไม่รู้จะเล่าไปทำไมใช่มั๊ยล่ะ

    ที่เขียนก่อนหน้านี้คงเพราะอยากระบายมากกว่า

    แต่ตอนนี้ก็มีไดอารี่เป็นของตัวเองแล้ว แม้บางวันอาจจะไม่ได้เขียนบ้างก็เหอะ

    ก็คงไม่ค่อยได้มาอัพสเปซบ่อยเหมือนเดิมแล้วล่ะ

     

    ป.ล. ดีใจที่สุดที่มีครอบครัวและเพื่อนแบบนี้

    January 16

    บทเรียนของเมื่อวาน

    ถึงปีใหม่จะผ่านมา จนเลยวันเด็กไปแล้ว
    แต่เราก็รู้สึกว่ายังไม่ได้ทำอะไรใหม่ ๆ  ในชีวิตเลย
    สิ่งที่คิดว่าจะทำ  ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่า
    แต่เราก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุดใช่มั๊ยล่ะ
    ก็พยายามทำอะไรที่ไม่อยากทำนี่มันทรมานจังเลยเนอะ
    แต่ก็เอาเถอะ  เพื่อสิ่งที่ดีกว่า  บางครั้งเราก็ต้องทนฝืนใจให้ได้ใช่มั๊ย
    แนนบอกว่า  แล้วเราจะต้องผ่านช่วงนี้ไปได้
     
     
     
    ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้เรานะ
    มีคนบอกว่าคนที่จริงใจและรักเราจริง ๆ
    จะเห็นกันก็ตอนที่เรามีความทุกข์ใช่มั๊ย
    พอมานึก ๆ  ดูแล้ว  ช่วงที่เราแย่ ๆ  แต่ละครั้ง
    คน ๆ  นั้นก็อยู่กับเราเสมอเลย
    ดีใจที่มีแก
    Good friends are hard to find, harder to leave, and impossible to forget.
     
     
    เลือกที่ฝึกงานแล้ว  ที่มูลนิธิดวงประทีปล่ะ  อยู่แถว ๆ  คลองเตย
    เมื่อวานพอไปดูงานเสร็จก็เลยไปหาหอมา
    ไม่คิดเลยว่าการหาหอพักมันจะยากขนาดนี้
    เหนื่อยมาก ๆ  แต่ก็โชคดีที่ยังหาได้
    แม้จะต้องขึ้นรถเมล์อีก  2  ต่อ  แต่ก็ไม่ไกลเท่าไหร่นัก
    ปิดเทอมนี้จะเป็นยังไงนะ  กับการฝึกงานที่นี่
    กลับมาถึงคิดว่าจะหลับเป็นตาย  ที่ไหนได้
    ไม่ยักกะหลับแฮะ  แล้วก็ต้องนอนดึกอีกเหมือนเคย
    ตอนเช้าเลยตื่นมาแบบไม่อยากไปเรียน
    รอรถ  คนก็เยอะมากมาย  มัวแต่โอ้เอ้  กินข้าว  ไม่ยอมขึ้นรถ
    มาสายจะได้ไม่ต้องเข้าเรียน  แล้วก็ไม่ต้องเรียนจริง ๆ
    เพราะอาจารย์ล็อคห้องเลย  ก็เลยมีข้ออ้างไม่ต้องเข้าเรียนเลย 
    มันควรจะดีใจ หรือเสียใจเนี่ย
     
     
    อยากทำงาน part time จังเลย
    จะได้มีตังค์ใช้กะเค้ามั่ง
    ช่วงนี้ทำไมใช้ตังค์เปลืองจังเลย  ทั้ง ๆ  ที่ของก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากมาย
    อ้อ...ที่แท้ก็ซิ้อแต่ของกินนี่เอง  ถึงได้อ้วนกลม ๆ  ยังงี้ไงเล่า
    แถมยังไม่ได้ออกกำลังกายอีก  สงสัยปีหมูนี้ได้เป็นหมูจริง ๆ  แน่เลย
    แต่ถึงจะรู้งี้  ก็ยังไม่หยุดกินอยู่ดี  เหอ ๆ
    ก็คนมันจะกินนี่เนอะ
     
     
    นึกเรื่องเขียนไม่ออกแล้วล่ะ  บ่นอะไรไร้สาระไปเรื่อย
    เดี๋ยวจะมีคนจิตไม่ว่าง (บางคนที่ไม่ใช่เพื่อนเราแน่ ๆ)
    มาเม้นอะไรไร้สาระอีก  จะพารกหูรกตา  รกสเปซเปล่า ๆเนอะ
    แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก  เราเข้าใจ 
    ก็อุตส่าห์เรียนสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ฝ่ายจิตมาทั้งทีนี่นา
    เรื่องแค่นี้  เข้าใจดี
    (แต่จริง ๆ แล้วก็อยากเข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ ทุกเรื่องน่ะแหละ)
    December 29

    up อีกแล้ว

    ช่วงนี้รู้สึกจะอัพบ่อยเหลือเกิน  ก็นะ...วันนี้มันไม่มีอะไรทำนี่นา
    สอบเสร็จแล้วก็เลยมานั่งเล่นเนท  ตอนแรกก็ว่าจะไม่อัพหรอก
    แต่แบบว่า...ว่างจัดอ่ะนะ
     
    เรื่องจะอัพมันก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่  ก็เพิ่งอัพไปเมื่อวานเองนี่
    แถมพิมพ์ก็ไม่ค่อยถนัด  เพราะเมื่อวาน  (แอบ)  ไปต่อเล็บมาล่ะ
    พรุ่งนี้แม่เห็นจะว่าไงเนี่ย  กลัวโดนดุชะมัด
    แต่มันอยากทำนี่  นาน ๆ  จะได้ไปเดินตลาดนัดตอนที่ร้านว่าง ๆ  ซะที
    แต่ว่า  ตอนนี้เริ่มเสียดายตังค์แล้วล่ะ  วันนี้เลยไม่มีตังค์ไปเที่ยวเลย
     
    ในที่สุดก็สอบเสร็จแล้ว  แต่ว่า...ว่างจังเลย  ไม่มีไรทำ
    บ้านก็ไม่ได้กลับ  เพราะแม่จะมารับพรุ่งนี้พร้อมผองเพื่อน
    ได้ข่าวว่าวันนี้  เพื่อน ๆ  ที่ส.ญ.นัดกันไปโรงเรียน
    ไม่รู้ว่ามีใครไปบ้าง  ทำไมไม่เห็นมีใครบอกไรเราเลยนะ
    แต่อาจเป็นเพราะว่าไม่มีใครรู้เบอร์  ก็ไม่ได้บอกใครนี่หว่า  (แป่ว)
    แล้วจะโทษใครเนี่ย  สมควร!! 
     
    อยากเจอแนนจัง  ชั้นไม่ได้เจอแกมาเกือบปีแล้วนะ  คิดถึงเว้ย
    ตอนแรกคิดว่ากลับมาจากปีใหม่แล้วจะไปหาซะหน่อย
    แต่งานเจ้ากรรม  ทำไมมันเยอะแยะอย่างนี้
    เซ็งเลย  อดไป  ไม่เป็นไร  คราวหน้ายังมี
    สักวัน  ชั้นคงได้เจอแก...
     
    นั่งเลยเนทไป  เลยมีไรมาอ่านเล่น ๆ  แหละ  ไม่ได้หมกมุ่นเรื่องนี้นะ  แค่มันบังเอิญ
     
    6 สิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับความรัก
    Contributed by Funky ตั้งแต่ วันศุกร์, 29 ธันวาคม 2006 @ 12:00:08 ICT

     

    1. คนที่ใช่ ไม่ได้มีเพียงคนเดียว
    ถ้าคุณคิดว่าคุณทำคู่แท้หลุดมือไปแล้วล่ะก็ อย่าเสียใจไปเลย โลกนี้เต็มไปด้วยผู้ชายที่มีแนวโน้มจะเป็นคนที่ใช่เยอะแยะ

    "เหตุผลที่ผู้หญิงมากมายทุกข์ใจจากการเดทก็เพราะพวกเธอเชื่อว่าโลกนี้มีผู้ชายแค่คนเดียวที่ถูกสร้างมาเพื่อเธอ"

    แต่นั่นไม่จริงหรอก ถึงเราจะกำหนดสเป็คและคาดหวังว่าเราต้องการอะไรและผู้ชายแบบไหน
    แต่ถ้ามีใครสักคนผ่านเข้ามาที่ใกล้เคียงกับมาตรฐาน กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดที่เราวางไว้ก็จะกระเด็นออกนอกหน้าต่างไปเอง

    2. รักแรกพบมีจริง
    มันเป็นไปได้ที่เราจะรักใครซักคนที่เพิ่งเจอแค่แป๊ปเดียว

    "ทางชีวภาพสัตว์ต้องหาคู่ให้ได้ก่อนฤดูผสมพันธุ์สิ้นสุด ก็เลยต้องถูกตาต้องใจกันอย่างเร็ว"

    ในเมื่อสมองเราก็ส่งสารแบบนั้น เราก็เลยสามารถตอบโต้ตัวกระตุ้นอย่างความชอบ ภาษากายและความเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว

    3. อยู่ห่างๆ กันบ้างก็ดี
    ในขณะที่คุณกำลังคลั่งรักหัวปักหัวปำ สิ่งที่คุณอยากทำก็คืออยากเอาอกเอาใจเขา และอยากเกาะติดเขาแจได้ทั้งวันทั้งคืน

    "การอยู่ห่างกันทำให้สารเคมีแห่งความรักอย่างโดพามีนและนอเรฟฟินเนฟฟิลในสมองเพิ่มผลผลิต"

    ดังนั้น ไม่เป็นไรหรอกที่จะไม่นัดเจอเขาคืนวันอังคาร ถ้าคุณจะต้องเจอเขาวันพุธ มองแบบนี้ซิ มันจะทำให้การพบกันตอนสุดสัปดาห์ของคุณเร่าร้อนกว่าเดิม

    4. ความรักไม่ใช่เรื่องของอารมณ์
    ความรักกระตุ้นสมองส่วนที่สัมพันธ์กับการจดจ่อไปที่แรงจูงใจ และแรงผลักดันเพื่อจะชนะรางวัล เช่นอาหารหรือเซ็กซ์ ซึ่งตรงข้ามกับสมองส่วนความรู้สึก เช่นความสุขหรือความเศร้า ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าทำไมเราถึงว้าวุ่นใจเป็นพิเศษสำหรับคนที่ทำให้ชีพจรเราเต้นรัว

    5. ความรักเป็นสิ่งเสพติด
    เมื่อเราดูรูปคนรักเก่า ส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเสพติดแอคทีฟเป็นพิเศษเลย โดพามีนถูกหลั่งออกมา แล้วเราก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มจิตใจหวั่นไหวล่องลอยอย่างแรงเหมือนใช้ยาเสพติดเลย นั่นคือสาเหตุที่เราโหยหาหวานใจเราไง

    6. ผู้ชายรักง่ายกว่าผู้หญิง
    เรามีแนวโน้มจะคิดว่าผู้หญิงรีบร้อนที่จะมีรัก แต่ความจริงผู้ชายเป็นอย่างนั้นมากกว่า

    "สมองผู้ชายติดตั้งสัญญาณเกี่ยวกับการมองเห็นมากกว่า"

    ดังนั้น เมื่อหนุ่มเห็นสาวที่ทำให้เครื่องเขาติด ก็จะมีแรงไปกระตุ้นสมองส่วนพิเศษที่มีเฉพาะในเพศชาย

     
    อ่านขำ ๆ  นะ  (เหอ ๆ)
    HaPpY  NeW  YeAr  2007
    December 28

    จาปีใหม่แย้ว...

    ก็ใกล้จะปีใหม่แล้วสินะ  แต่เด็ก มธ.เราก็ยังต้องมีสอบช่วงนี้เช่นทุกปี
    1  ปีผ่านไปนี่มันเร็วจริง ๆ  มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะแยะมากมาย
    อย่าพูดเรื่องที่มันเศร้า ๆ  ดีกว่า  ปีใหม่แล้ว  เราก็ต้องทำตัวให้สดใสเข้าไว้สิ  จริงมั๊ย?
     
     
    ตอนนี้กำลังสอบอยู่  ไม่รู้ว่าจะบอกว่ายากหรือง่ายเหมือนกันนะ
    แต่ที่รู้ ๆ  คือทำไมมันรู้จะอ่านอะไรเลยอ่ะ   ไม่ใช่ว่าเก่งแบบข้ารู้แล้ว  ไม่ต้องอ่านนะ
    แต่มันไม่มีชีทจะอ่านอ่ะดิ  เซ็งสุด ๆ  แล้วงี้จะเอาอะไรไปสอบเนี่ย
    ไอ้  lecture ที่มีมันก็ไม่ครบซะอีก  ต่อไปหนูจะไม่โดดแล้ว  (เหอ ๆ)  เห็นพูดงี้มา 3 เทอม

    อาจารย์ก็นะ  ไม่บอกแนวข้อสอบมั่งเลย  อ่านมันเข้าไปก็แล้วกัน  เฮ้อ...

    เกรดออกครบแล้ว  แต่ทำไมมันไม่มีเอให้ชื่นใจมั่งเลยอ่ะ 

    คนอื่นเค้าเรียนวิชาคณะ  วิชาภาคกันแล้วเกรดขึ้นเอา ๆ  แต่ดิฉัน  ลดเอา ๆ แล้วมันจะถึงที่ตั้งใจไว้มั๊ยเนี่ย

     

     

    พอดีกว่า  พูดเรื่องเรียนเยอะ ๆ  เดี๋ยวเครียด  ปีใหม่นี้  เพื่อน ๆ  พี่ ๆ  กรุ๊ปเดิมจะไปเที่ยวที่บ้านอีกแล้ว
    ก็ดีเหมือนกันจะได้ฉลองปีใหม่กับเพื่อน ๆ  มั่ง  ทุกปีก็อยู่แต่บ้าน 
    นั่งดูทีวีคนเดียวกะโทรศัพท์ happy new year ชาวบ้านเค้า
    จากที่คิดว่า  ปีนี้อาจจะเหงาสุด ๆ  แต่ก็คิดว่าคงจะไม่แล้วล่ะ
    สวัสดีปีใหม่ทุกคนนะ  ขอให้มีความสุขมาก ๆ  คิดอะไรก็สมปรารถนานะ
     
     
     
     
     
    และเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในปีนี้  ก็ทำให้เรารู้สึกว่า
    รักแม่มากมาย  มากขึ้น  มาก ๆ  เลย