INaYZeR's profile~INaYZeR~BlogLists Tools Help

~INaYZeR~

จงเลือกที่จะเดิน...ด้วยการตัดสินใจของเราเอง

INaYZeR .....nay.....

September 27

บางที

 
หลังจากไม่ได้อัพบล็อกมาประมาณ 2 เดือน หลังจากที่บ่นว่าว๊างว่างไป
ตอนนี้ก็ได้เข้าสู่ชีวิตทำงานมา 2 เดือนล่ะ เป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มขั้นเลยทีเดียว
แต่ก็ยังเป็นชีวิตที่ไม่มั่นคงและแน่นอนสักเท่าไหร่อีกต่างหาก แต่ก็เป็นทางเลือกที่คิดว่าน่าจะมีความสุขที่สุดในตอนนี้
 
หลายอย่างในชีวิตที่ต้องบริหารจัดการตัวเองเสียใหม่  มองหาอนาคตตัวเองมากขึ้น
เริ่มตอบคำถามในชีวิตบางอย่างได้ แต่ได้คำถามใหม่ที่ยังต้องหาหนทาง และวิถีทางที่จะไปสู่เป้าหมายให้ได้แทน
 
บางที...ชีวิตไม่มีอะไรเพอร์เฟ็กต์ ได้อย่างเสียอย่าง บางครั้งต้องชั่งน้ำหนัก ตัดสินใจ และเลือกทางใดทางหนึ่ง
โอกาสในชีวิตเหมือนจะมีหลายทาง แต่ไม่มีอะไรที่กระจ่าง หรือสว่างเลยสักทาง
จนบางครั้งก็ไม่รู้ว่า ทางที่กำลังจะเดินมันเต็มไปด้วยหมอกหรือควันกันแน่
 
บางที... ก็เหนื่อยที่ต้องคิดตลอดเวลา อยากมีเวลาที่ปล่อยให้ชีวิตมันชิลๆ ไปบ้าง
แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะต้องคอยตอบคำถามคนที่คอยเป็นห่วงอยู่ตลอด
อยากบอกตรงๆ ว่าบางทีก็ขี้เกียจจะคิดเหมือนกัน แต่ก็ทำไม่ได้
เพราะรู้ว่าเค้าห่วงมาก ก็ยิ่งต้องพิสูจน์ให้เค้าเห็นให้ได้ว่าเราสามารถดูแลตัวเองได้
 
บางที... ก็อยากเล่า ระบาย ปรึกษาหาคนช่วยคิดบ้าง
แต่รู้สึกว่าทุกคนก็มีเรื่องของตัวเองเต็มไปหมด มีเรื่องที่เค้าก็ต้องเหนื่อยมากพออยู่แล้ว
แค่โทรไปได้ยินเสียง ก็พูดไม่ออก หมดแรงจะเล่าแล้ว
และสุดท้าย คิดจะโทรหาใคร ก็สู้ไม่โทรเลยดีกว่า
 
บางที... ก็รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่หรอก
อยู่คนเดียวน่ะใช่ แต่ก็ยังมีคนปลอบใจว่า "แต่แกไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว"
 
บางที... ก็เหงา แต่คิดไปคิดมา คิดเอง แล้วก็สรุปเองไปแล้วว่า
สุดท้ายอยู่อย่างงี้ก็ดีแล้วล่ะ ไม่เดือดร้อนใคร เหงาๆ ไป ไม่เท่าไหร่เดี๋ยวก็ชิน ไม่เท่าไหร่ก็หายเหงาเอง
คงเป็นเพราะ บางที... ก็กลัวเกินกว่าจะมีใคร
 

สุดท้าย... ก็เหมือนเดิม

July 31

ว่าง

 

ขึ้นชื่อเรื่องเอาไว้ซะเหมือนว่างมากมายเลยเนอะ แต่มันน่าเบื่อตัวเองชะมัด พอไม่มีกำหนดเส้นตายว่าจะต้องทำอะไรให้เสร็จสิ้นมาบังคับ

มันก็เหมือนมีเวลาว่างซะมากมาย ทั้งๆ ที่วันนี้ก็เพิ่งจะรู้สึกว่าไม่ต้องทำอะไรที่สำคัญแค่ครึ่งวันเท่านั้น แต่ทุกอย่างทำไมมันดูน่าเบื่อไปหมดก็ไม่รู้

ที่จริงแล้ว ก็มีอะไรให้ทำอีกตั้งหลายอย่าง หนังสือยังไม่ได้อ่านอีกหลายเล่ม หนัง ซีดีที่ซื้อมาก็ยังไม่ได้ดูไม่ได้แตะเลย แต่กลับไม่อยากทำอะไรซักอย่างเลย

เหมือนอยากมีคนคุยด้วย แต่ก็ไม่อยากคุยกะใครเลย เป็นมนุษย์สับสนตัวเองตลอดเวลา

 

นั่งเล่นๆ แล้วก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย มองอนาคตตัวเองที่ดูเหมือนว่างเปล่า (ก็ไม่ได้ว่างซะทีเดียวนี่) ขมุกขมัว ยังไม่เห็นอะไรที่ชัดเจน ต้องการอะไรในชีวิต คิดอะไรอยู่

ก็พยายามคิดและหาตลอดเวลา แต่กลับรู้สึกว่าคำตอบที่ได้ บางทีก็เป็นเหมือนคำตอบที่ปลอบหรือหลอกตัวเองไปวันๆ

 

เริ่มรู้สึกอยากกลับบ้าน กลับไปค้นหาที่มา ไปหารากตัวเอง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหนังสือที่อ่าน งานที่ทำ หรือเพราะอะไรเหมือนกันที่ทำให้คิดแบบนี้

แล้วถ้ากลับไปแล้วจะได้อะไร ทำอะไรอย่างตัวเองต้องการหรือเปล่า (ไม่มีใครรู้ ถ้าไม่ลองทำ ต้องมีคนคิดแบบนี้แน่ๆ)

 

วังวน ภายเรือในอ่างแบบนี้มานานหลายเดือนแล้ว ถามว่าได้อะไรมั๊ย กับการถามตัวเองตลอดเวลาที่ผ่านมานี้

ที่จริงแล้วก็ได้ทุกครั้ง แต่แต่ละครั้ง มันก็มีเหตุการณ์ที่เข้ามาเป็นตัวแปรกับการตัดสินใจและการใช้ชีวิตเสมอ

 

เขียนแต่ละครั้ง ไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากระบายความคิดบางอย่างออกมา โดยไม่ต้องมีการตอบสนองกลับทันที

เผื่อจะมีความคิดใหม่ๆ ที่ดีกว่า จะได้เคลียร์ที่ว่างในสมองได้บ้าง

 

ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งกล้าสามารถกว่าใคร ไม่ได้คิดว่าเข้าใจใครได้ทั้งหมด

แต่บางทีเราก็อยากอยู่ในโลกของเรา (คงมีคนคิดว่ามากไปป่ะ) ก็แค่นั้น

บางทีก็เบื่อตัวเองนะ กับความรู้สึกแบบนี้ ที่บางทีก็กระทบกับคนอื่น แต่ก็แค่รู้สึกสบายดี แค่นั้น

June 02

อะไรๆ


ช่วงนี้ โจทย์ในหัวเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้คำตอบเท่าไหร่เลย
ยิ่งคิดยิ่งวกวน และรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่คำตอบที่ใช่

กำลังใจรอบตัวโคตรเยอะเลย แต่กำลังใจตัวเองนี่ทำไมดูแปลกๆ
บางครั้งก็เหมือนเหนื่อย ท้อ แต่บางครั้งรู้สึกสบายมาก สบายเกินไป จนดูล่องลอยไปรึเปล่า

อยากทำอะไรก็ทำ โอกาสมาก็รีบคว้า อะไรบางอย่างก็ต้องเลือก ต้องทำ ต้องตัดสินใจ
มันก็ถูกแล้วนี่ กับชีวิตคนเราที่ยังเดินไปเรื่อยๆ แม้บางครั้ง บางคราว จะไม่ค่อยมีจุดหมายก็ตาม

รู้สึกบางทีคนเราก็เดินไปตามเส้นทางบางเส้นที่ไม่รู้จุดหมาย ไม่รู้กระทั่งว่าจะไปยังไง แต่เราก็ยังเดินไปได้อยู่ดี
จริงๆ แล้ว เชื้อเพลิงในตัวเรามันก็มีอยู่เสมอแหละ แต่อยู่ที่เราจะใช้มันรึเปล่า

ความพอดี คำง่ายๆ แต่หายากจัง แต่ถ้าเจอแล้วทำได้ ก็เจ๋งไปเลย
แต่สุดท้าย มันก็ไม่มีคำตอบที่ตายตัวของคำนี้อยู่ดี

คำหลายๆ คำที่กำหนดขึ้นมา จะมีสักคำไหมที่มีความหายตายตัวเฉพาะของมันจริงๆ
เพราะเราก็เห็นว่ามันก็ขึ้นอยู่ับนิยามของแต่ละคน แต่ละบริบทอยู่ดี

"ชีวิต" มันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปนี่ ไม่งั้นคงไม่โต และอยู่มาจนทุุกวันนี้



ป.ล. วันนี้มาแปลกๆ งงๆ ตัวเองอยู่เหมือนกัน
ถ้าวันไหนเขียนบล็อกแบบปกติคงไม่ใช่เนแน่เลย 55+


April 28

วันนี้

แปลกแต่จริงนะคนเรา พอวันที่โอกาสมาถึง และรอให้เราพิสูจน์ แต่ความมั่นใจที่เคยมีกลับลดหายไปกว่าครึ่ง
 
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้เราได้ทำงานนี้ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ก็คือ ตั้งใจทำให้ดีที่สุด
 
ทุกสิ่งที่แว๊บขึ้นมาในห้วงมโนคิด ไม่ว่าจะความกดดัน ความรู้สึกไม่มั่นใจ กลัวอะไรต่างๆ นานา ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น
 
ในเมื่อสร้างสิ่งเหล่านั้นได้ ก็ต้องสร้างความมั่นใจ เรียกพลังที่เคยมีกลับมาได้เหมือนกัน
 
 
 
โชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ อยากทำอะไรก็ได้ทำ (ถึงจะไม่ใช่ทุกอย่างก็ตามทีเถอะ)
 
สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ อาจจะไม่ได้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินมากมายนัก แต่สิ่งที่ได้รับคือคุณค่าทางจิตใจ
 
เราอาจจะโชคดีที่ทำแบบนี้ได้ เพราะมีคนสนับสนุน ให้กำลังใจ และมีชีวิตอยู่ได้ (ด้วยครอบครัว)
 
แต่เชื่อเถอะว่า สักวันหนึ่ง ฉันจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง และคุณค่าในชีวิตและจิตวิญญาณก็จะยังคงอยู่
 
และวันนั้น ชีวิตฉันอาจจะมีคุณค่ามากกว่าแค่อยู่เพื่อคนที่รักฉันเท่านั้น  
March 02

แวบ (เรื่อยเปื่อย)

 
ทุกครั้งที่อ่านหนังสือจบไปแต่ละเล่ม เรื่องแต่ละเรื่อง ก็ล้วนแต่ให้เกิดแรงบันดาลใจอยากจะเขียนหนังสือขึ้นมากับเขาบ้าง
ไม่ได้คาดหวังว่าต้องถึงขนาดเป็นเรื่องยาวนักหนา แต่ไม่ว่ากี่ทีกี่หนที่เริ่มเขียนไปได้ไม่เท่าไหร่
ก็ยังไม่เคยสำเร็จ หรือเขียนไปได้เรื่องได้ราวมากกว่ามหากาพย์แห่งชีวิตที่ต้องเขียนส่งอาจารย์กว่า 50 หน้าไปได้เลย
คิดว่าคงมีวันใดวันหนึ่ง ที่ฉันจะมีงานเขียนออกมาเป็นรูปเป็นร่างบ้างแหละ ไม่ได้หวังว่าต้องเป็นผลงานที่ออกเผยแพร่สู่สาธารณชนก็ได้
แค่เก็บไว้เป็นความทรงจำลึกๆ ความประทับใจดีๆ ของตัวเองเงียบๆ คนเดียวก็เพียงพอ
 
เราคงไม่จำเป็นต้องไปคาดหวังการยอมรับจากใครๆ (ให้ผิดหวังเล่นดีกว่า)
แค่ตัวเองรู้จักและยอมรับตัวเองก็น่าจะเป็นความสุขเล็กๆ ให้อิ่มอกอุ่นใจได้พอแล้ว
 
ความคาดหวังมักจะมาพร้อมความผิดหวัง ไม่เห็นจะมีสักครั้งที่สมหวังได้เต็มร้อย แม้จะสมหวังสักครั้ง คนเราก็ยังต้องอยากนู่นอยากนี่เรื่อยไปอยู่ดี
ฉะนั้นจะไปตั้งความหวังอะไรให้มันมากมายไปใย
ยิ่งถ้าความคาดหวังนั้นขึ้นอยู่กับผู้อื่นด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เลย พาลจะนำพาความเจ็บช้ำใจมาให้ตัวเองเปล่าๆ
 
แต่ความคาดหวังกับเป้าหมายก็ไม่เหมือนกันนะ ถึงอย่างไรฉันก็คิดว่าเราก็ยังคงต้องมีเป้าหมายเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เราเดินต่อไป ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่อยู่ดี
อีกทั้งเป้าหมาย ยังจะช่วยให้เราค้นหา วางแผน สร้างเส้นทางเดินไปให้ถึงอีกด้วย
ก็ในเมื่อโลกยังเปลี่ยนไปทุกวัน ถ้าเราไม่เดินไปพร้อมกันหรือเดินไปรอข้างหน้า แล้วเราจะยอมถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ
 
ชีวิตคนเราไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว แน่นอน แต่ื่เชื่อแน่ว่า แต่ละคนย่อมมีูสูตรลับเฉพาะตัวที่ยากจะเลียนแบบ
ก็ขนาดคู่แฝดที่คลานตามกันมาแค่ไม่กี่นาที ยังไม่มีชีวิตที่ถอดแบบเหมือนกันเป๊ะเลย
ก็ชีวิตเราไม่ใช่สิ่งของที่จะ copy ออกมาจากพิมพ์เดียวกันเหมือนโรงงานได้นี่
ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าเป็นตัวเอง และยอมรับสิ่งที่คนอื่นเป็นด้วย
(NObody be a perfect man) -- (มีใครคุ้นๆ ประโยคนี้มั๊ย :P)
ในเมื่อเขาไม่ใช่เรา เราก็ไม่ใช่ใคร ในเมื่อไม่ได้เป็นคนๆ เดียวกัน แต่อยู่ในสังคมเดียวกัน
ทำอย่างไรจะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ให้มันสุขด้วยกันทั้งเราและเขา ไม่ใช่สุขบนทุกข์ของใคร
 
 
ป.ล.  ตัวอักษรที่เรียบเรียงเป็นคำแต่ละคำ มีความหมายมากกว่าเพียงสายตาได้สัมผัสและรับสารเพื่อเข้าใจแค่ความหมายนั้น